จริยธรรมการตีพิมพ์
จริยธรรมในการตีพิมพ์บทความ (Publication Ethics)
วารสารสิปปวัฒนะ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เป็นวารสารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อตีพิมพ์บทความในสาขาศิลปกรรมศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา ปรัชญา และศาสนา มานุษยวิทยา สังคมวิทยา ศึกษาศาสตร์ บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ สร้างเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยว สารสนเทศ และสาขาที่เกี่ยวข้อง ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์แบบสหวิทยาการ
เพื่อส่งเสริมแนวคิด ทฤษฎี และการพัฒนานวัตกรรม พร้อมทั้งเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิชาการของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ทางวารสารจึงได้กำหนดแนวปฏิบัติ และจริยธรรมในการเผยแพร่บทความ ไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันของผู้นิพนธ์ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ และผู้ประเมินบทความ ดังนี้
บทบาทและหน้าที่ของผู้นิพนธ์ (Duties of Authors)
ผู้นิพนธ์หรือผู้เขียนบทความวิชาการ/งานวิจัย มีหน้าที่สำคัญในการรักษาคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใสทางวิชาการ เพื่อให้ผลงานมีความน่าเชื่อถือ และไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยหน้าที่สำคัญของผู้นิพนธ์มีดังต่อไปนี้
1. ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าบทความไม่ซ้ำซ้อนกับผู้อื่นและบทความไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ ที่อื่นๆ มาก่อน หากต้องการถอนบทความ ต้องแจ้งวารสารอย่างเป็นทางการ
2. ถ้าผู้นิพนธ์นำผลงานผู้อื่นมาใช้ประกอบในบทความ ผู้นิพนธ์ต้องอ้างอิงทั้งในเนื้อหาบทความ และเอกสารอ้างอิงท้ายบทความให้รายละเอียดครบถ้วนและจัดรูปแบบตามที่วารสารกำหนด
3. ผู้นิพนธ์จะต้องเสนอผลงานที่เป็นต้นฉบับ (Originality) บทความต้องเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ไม่ลอกเลียนผู้อื่น ต้องไม่มีการคัดลอกหรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่อ้างอิง และหลีกเลี่ยงการคัดลอกงานของตนเองที่เคยตีพิมพ์ (Self-plagiarism)
4. ผู้นิพนธ์ต้องรายงานข้อเท็จจริงในผลการวิจัย ไม่บิดเบือนข้อมูล ไม่ปกปิดข้อมูลหรือรายงานข้อมูลที่เป็นเท็จ (หากมีการฟ้องร้องจะต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว ทางวารสารสิปปวัฒนะจะไม่รับผิดชอบใดๆ) และจะดำเนินการถอนบทความออกจากการเผยแพร่ของวารสารทันที
5. ผู้นิพนธ์ที่มีชื่อปรากฎในบทความต้องมีส่วนในการดำเนินการวิจัยจริง
6. ถ้าผลงานของผู้นิพนธ์เกี่ยวข้องกับการใช้สัตว์ ผู้เข้าร่วมหรืออาสาสมัครผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการตามหลักจริยธรรมและให้แนบหนังสือรับรองจริยธรรมจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ทดลองแจ้งให้ทางวารสารทราบ
บทบาทและหน้าที่ของบรรณาธิการ (Duties of Editors)
1. บรรณาธิการมีหน้าที่พิจารณาและกลั่นกรองคุณภาพของบทความให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวารสาร โดยพิจารณาความสอดคล้องขอบเขตของวารสาร รวมถึงตรวจสอบคุณภาพบทความก่อนการตีพิมพ์
2. บรรณาธิการต้องใช้เหตุผลทางวิชาการในการพิจารณาบทความ โดยไม่มีอคติใดๆ ต่อผู้นิพนธ์หรือบทความวิจัยและต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์หรือผู้ทรงคุณวุฒิไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์หรือนำไปเป็นผลงานทางวิชาการของตนเอง
3. บรรณาธิการต้องจัดให้มีการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของบทความ เพื่อป้องกันการลอกเลียนวรรณกรรมทางวิชาการ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ โดยทางวารสารสิปปวัฒนะ
ได้กำหนดการตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรมทางวิชาการ โดยการตรวจสอบการคัดลอกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ CopyCatch โดยจะต้องมีระดับความซ้ำซ้อนไม่เกิน 20% หากตรวจสอบพบการคัดลอก ในกระบวนการพิจารณาของบรรณาธิการ จะต้องติดต่อผู้นิพนธ์หลักเพื่อขอคำชี้แจงหรือแก้ไขตามข้อเสนอแนะของบรรณิการ เพื่อขอพิจารณาตอบรับหรือปฏิเสธในเบื้องต้น ก่อนส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ
4. บรรณาธิการต้องไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้นิพนธ์และผู้ประเมินบทความต่อผู้อื่น รักษาความลับของทั้งผู้นิพนธ์และผู้ประเมินบทความ (Peer Reviewers) อย่างเคร่งครัด โดยจะต้อง ไม่เปิดเผยชื่อหรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวตนของผู้นิพนธ์หรือผู้ประเมินได้ แก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาบทความ ไม่ว่าจะเป็นในระหว่างหรือหลังจากกระบวนการพิจารณา จนกว่าบทความจะได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ
บทบาทและหน้าที่ของกองบรรณาธิการ (Duties of the editorial team)
1. ร่วมจัดทำวารสาร และมีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์ แนวทาง และนโยบายในการจัดทำวารสาร เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสาร และมาตรฐานทางวิชาการ
2. ร่วมวางแผนการดำเนินงาน ในการจัดทำวารสารแต่ละฉบับให้มีคุณภาพ ทั้งในด้านเนื้อหา รูปแบบ และความเหมาะสมทางวิชาการ โดยพิจารณาจากความทันสมัย ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ
3. ร่วมประเมินบทความ วิชาการที่ส่งมาเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ โดยตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้อง และความมีคุณค่าทางวิชาการของบทความ ก่อนตัดสินใจตอบรับเพื่อเผยแพร่
4. ร่วมดำเนินการให้วารสารเป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพ ที่กำหนดโดยศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI) ทั้งด้านโครงสร้าง เนื้อหา การจัดการ และระบบการประเมิน
บทบาทและหน้าที่ของผู้ประเมินบทความ (Duties of Reviewers)
1. ผู้ประเมินบทความต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับบทความที่ได้รับมอบหมาย ให้พิจารณาไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้นิพนธ์ เนื้อหา แนวคิด วิธีวิจัย หรือผลการศึกษา แก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จนกว่าบทความนั้นจะได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการ
2. ถ้าผู้ประเมินได้รับบทความและพิจารณาแล้วเห็นว่าตนเองอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือบทความไม่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญ เช่น มีความสัมพันธ์ส่วนตัว ความเกี่ยวข้องทางวิชาชีพ มีส่วนได้เสียกับเนื้อหาของบทความนั้น หรือพบว่า เนื้อหาของบทความอยู่นอกเหนือจากขอบเขตความเชี่ยวชาญ ผู้ประเมิน มีหน้าที่ปฏิเสธการประเมินทันที และควรแจ้งให้บรรณาธิการทราบโดยเร็ว เพื่อให้สามารถจัดหาผู้ประเมินท่านอื่นที่เหมาะสม
3. ผู้ประเมินตรวจสอบแล้วพบว่าบทความที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณา มีเนื้อหาซ้ำซ้อนกับผลงานที่เคยเผยแพร่ หรือมีลักษณะของการ ลอกเลียนผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกโดยตรง หรือการดัดแปลงโดยไม่ให้เครดิตอย่างเหมาะสม ผู้ประเมิน มีหน้าที่ต้องรายงานต่อบรรณาธิการทันที
4. ผู้ประเมินบทความมีหน้าที่ในการดำเนินการประเมินผลงานให้เสร็จสิ้น ภายในกรอบระยะเวลาที่บรรณาธิการกำหนด เพื่อให้กระบวนการพิจารณาและการตีพิมพ์บทความดำเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพและตรงต่อเวลา
5. ผู้ประเมินบทความต้องดำเนินการประเมินอย่าง ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และอยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการ โดยไม่ยึดถือความคิดเห็นส่วนตัว ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ใดๆ ที่อาจทำให้การประเมินขาดความเป็นกลาง