การบริหารความขัดแย้ง ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2
คำสำคัญ:
การบริหารความขัดแย้ง, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา และ (2) เปรียบเทียบการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำนวน 117 คน ได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางสำเร็จรูปของเครซี่และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบ่งชั้นแบบไม่เป็นสัดส่วน ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารสถานศึกษา 1 คน และครู จำนวน 2 คน รวมผู้ให้ข้อมูลสถานศึกษาละ 3 คนจำนวนทั้งสิ้น 351 คน ที่ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตรฐานส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 ทุกข้อ และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ t-test และ F-test และเมื่อพบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยทำการเปรียบเทียบรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffé's Method) ผลการวิจัยพบว่า
1) การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการประนีประนอม รองลงมา คือ ด้านการยอมรับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการหลีกเลี่ยง
2) การเปรียบเทียบการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามเพศ โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ที่นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำแนกขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกัน เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการเอาชนะ และด้านการร่วมมือ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยสถานศึกษาขนาดเล็กมีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษามากกว่าสถานศึกษาขนาดกลางขึ้นไป จำแนกตามประสบการณ์ทำงานพบว่า พบว่า ทั้งโดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านการหลีกเลี่ยง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 2 คู่ ได้แก่ ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงาน 10 ปี ขึ้นไป มีการบริหารความขัดแย้งในด้านการหลีกเลี่ยง มากกว่าผู้ที่มีประสบการณ์ทำงาน 5 - 10 ปี และผู้ที่มีประสบการณ์ทำงาน 10 ปี ขึ้นไป มีการบริหารความขัดแย้งในด้านการหลีกเลี่ยง มากกว่าผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานต่ำกว่า 5 ปี
เอกสารอ้างอิง
จตุรงค์ สุวรรณแสง. (2562). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2. (คณะศึกษาศาสตร์). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.
ต่อศักดิ์ ศรีแก้วแฝก. (2565). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. 16(2), 11 - 20.
น้ำเพชร ชัยชมพู. (2565). การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง. (กศ.ม. การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยพะเยา.
ปรารถนา หลีกภัย. (2564). การจัดการความขัดแย้งจากการทำงานของข้าราชการครูในจังหวัดตรัง. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 19(1), 93-113.
รพีพรรณ อู่อรุณ. (2564). การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ศรีเสด็จ กองแกน. (2566). การจัดการความขัดแย้ง. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 1(2), 36-49.
สมคิด บางโม. (2562). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
สมบูรณ์ ตันยะ. (2566). วิธีวิทยาการวิจัยทางการศึกษา. (เอกสารประกอบการบรรยาย). นครราชสีมา: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
สิญาธร นาคพิณ และวิลาวัณย์ สมบูรณ์. (2562). การบริหารความขัดแย้งในองค์กรภาครัฐยุคประเทศไทย 4.0. วารสารราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 6(2), 21-46.
สุภรณ์ ทับทิมทอง และ นิมิตร มั่งมีทรัพย์. (2562). วิธีจัดการความขัดแย้งของผู้บริหารที่มีผลกับความผูกพันต่อสถานศึกษาของครูและบุคลากรในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8. วารสารสังคมศาสตร์วิจัย, 10(1), 233–251.
เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. (2560). ความขัดแย้งการบริหารเพื่อความสร้างสรรค์. (พิมพ์ครั้งที่2). กรุงเทพฯ: ต้นอ้อแกรมมี่.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2. (2566). แผนปฏิบัติการประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567. นครราชสีมา.
Thomas, K, W., & Kilmann, H. R. (2010). Thomas - Kilmann Conflict Mode Instrument Profile and Interpretive report. Available from : www.cpp.com/pdfs/smp248248.pdf.
Welt, E. S. (2000). Conflict Management Styles of Middle School Principals compared to Comprehensive high school principals.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มจร สุรนารีสาร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
