การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4
คำสำคัญ:
การทำงานเป็นทีม, กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) เปรียบเทียบการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 136 คน กำหนดขนาดโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน และได้โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
- การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 อยู่ในระดับมาก
- ผลการเปรียบเทียบการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน
เอกสารอ้างอิง
กันยา ดวงคำ, และดรุณี ปัญจรัตนากร. (2568). การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสารการบริหารการศึกษา, 19(1), 45–58.
จารุวรรณ นาคสุข. (2566). การพัฒนาการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุฑารัตน์ สุรกิจ, และคณะ. (2568). การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2. วารสารศึกษาศาสตร์, 17(2), 89–104.
จิรภัทร นามพุทธา และวิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม. (2567).การบริหารการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มโซนศรีสองรัก สังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเลย. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน. 10(1), 166-177.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาสน์.
วสันต์ สัตยคุณ. (2554). การทำงานเป็นทีม. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.
วิทยา บุญเพิ่ม. (2565). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมชาย ศรีสุข. (2564). ภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมในองค์การทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4. (2566). รายงานผลการดำเนินงานกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน. นครราชสีมา: ผู้แต่ง.
สุชาติ พรหมรักษ์. (2565). การบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Daft, R. L. (1999). Leadership: Theory and practice. Fort Worth, TX: Dryden Press.
Davis, K. (1998). Human behavior at work: Organizational behavior (8th ed.). New York, NY: McGraw-Hill.
Katzenbach, J. R., & Smith, D. K. (1993). The wisdom of teams: Creating the high-performance organization. Boston, MA: Harvard Business School Press.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Stott, K., & Walker, A. (1995). Teams, teamwork and teambuilding. London: Prentice Hall.
Tuckman, B. W. (1965). Developmental sequence in small groups. Psychological Bulletin, 63(6), 384–399.
