การค้นคว้าอิสระ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจรูปแบบ STAD รายวิชาสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้แต่ง

  • วชิราวิทย์ นาคนาม วิทยาลัยนครราชสีมา
  • จันทร์ ติยะวงศ์ วิทยาลัยนครราชสีมา

บทคัดย่อ

          การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้1.เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนกับก่อนเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจรูปแบบ STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง สถาบันทางสังคม 2. เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจรูปแบบ STADกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ชัยภูมิ จำนวน 25 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือในกาวิจัยใจได้แก่แผนการจัดการเรียนรู้มี ข้อสอบวัดผลสำฤทธิ์ทางการเรียนมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.71 ค่าความยากง่ายของข้อสอบ(pมีค่าตั้งแต่ 1.8-2.12) ค่าอำนาจจำแนก (rมีค่าตั้งแต่0.4-0.7) และมีค่า IOC ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่0.67-1.00 และแบบประเมินความพึงพอใจมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 4.12 spss สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ t

            ผลการวิจัยพบว่า

  1.   ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังการจัดการเรียนรู้แบบร่วมแรงร่วมใจรูปแบบSTAD อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
  2.  ระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมแรงร่วมใจรูปแบบSTAD โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.12

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กรมวิชาการ และกระทรวงศึกษาธิการ. (2559). การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

นุชนาฎ วรยศศรี. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยของรัฐ.

นิภาพร ปาระแก้ว. (2560). ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งเสริมการใช้สื่อการสอนของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดขอนแก่น. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สุกัญญา จันทร์แดง. (2559). ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการสอนแบบร่วมมือที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการทำงานร่วมกัน วิชาภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. (วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยของรัฐ.

อรวรรณ สัมฤทธิ์. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้สื่อการสอนตามความคิดเห็นของครูโรงเรียนประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยของรัฐ.

Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). An educational psychology success story: Social interdependence theory and cooperative learning. Educational Researcher, 38(5), 365–379.

Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning: Theory, research, and practice (2nd ed.). Allyn & Bacon.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

รูปแบบการอ้างอิง

นาคนาม ว., & ติยะวงศ์ จ. . (2025). การค้นคว้าอิสระ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจรูปแบบ STAD รายวิชาสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม, 1(6), 50–59. สืบค้น จาก https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/1622