การศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้ศิลปะ เรื่อง ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 2
คำสำคัญ:
ทัศนศิลป์สร้างสรรค์, เอกสารประกอบการเรียน, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ค่าดัชนีประสิทธิผลตามเกณฑ์ที่กำหนด เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนารีนุกูลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนนารีนุกูลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี ปีการศึกษา 2567 จำนวน 40 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียน มีค่าความสอดคล้อง IOC ระหว่าง 0.60-1.00 แผนการจัดการเรียนรู้ มีค่าความสอดคล้อง IOC ระหว่าง 0.80-1.00 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีค่าความสอดคล้อง IOC เท่ากับ 1.00 ค่าความยาก ระหว่าง 0.30 -0.70 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.31 - 0.77 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 และแบบสอบถาม ความพึงพอใจมีค่า IOC เท่ากับ 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความเที่ยงตรง ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
- เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนารีนุกูลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.25/90.17 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
- ค่าดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนารีนุกูลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี เท่ากับ 0.79 โดยนักเรียนมีพัฒนาการมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 79.00
- ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนารีนุกูลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน
- ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนารีนุกูลสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี มีความพึงพอใจการเรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนโดยภาพรวมในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
จิราภรณ์ สมบูรณ์. (2559). ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนรู้วิชาศิลปะ. วารสารวิชาการครุ ศาสตร์, 17(3), 85–96.
ธงชัย นิยมสุข. (2560). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนเรื่องความเข้าใจศิลปะ สาระทัศนศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
ทิศนา แขมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 11). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณรงค์ฤทธิ์ บุญมี. (2560). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. สุวีริยาสาส์น.
ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2562). การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 6). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. โรงพิมพ์คุรุสภา.
สุวิทย์ มูลคำ และ อรทัย มูลคำ. (2562). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืน. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
