จากผืนดินสู่ปัญญา:การจัดการความรู้ของปราชญ์เกษตรของแผ่นดินสู่ความยั่งยืน
Student in Doctor of Philosophy in Communication Innovation for Political and Local Administration Program, Sukhothai Thammathirat OpenUniversity, Nonthaburi, Thailand. School of Communication Arts, Sukhothai Thammathirat Open University, Nonthaburi, Thailand.
คำสำคัญ:
ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน, การจัดการความรู้, ความยั่งยืนบทคัดย่อ
การจัดการความรู้ของปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เป็นกระบวนการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาตนเอง และชุมชนเพื่อความยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการความรู้จึงนับเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในการเสริมสร้างความเข้มแข็งได้อย่างมั่นคง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม เสริมสร้างความรู้ และประสบการณ์ให้กับเกษตรกร ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการความรู้ โดยการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ภายใต้บรรยากาศภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาตนเอง และชุมชนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ การจัดการความรู้ จึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของตนเอง และชุมชน เนื่องจากการนำองค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการนำความรู้จากประสบการณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ฝังลึกภายในตัวต้นแบบบุคคล ออกมาเป็นความรู้ชัดแจ้งที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร และการปฏิบัติจริงนั้น มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อมีการนำมาใช้อย่างถูกต้อง และมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม วิสัยทัศน์ พันธกิจ และจุดมุ่งหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อการพัฒนาเพิ่มพูนศักยภาพของเกษตรกร สร้างสรรค์นวัตกรรม เพิ่มพูนผลผลิตทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นย่อมจะส่งผลทำให้เกิดความยั่งยืน และประสบความสำเร็จตามมาอีกด้วย
เอกสารอ้างอิง
เกศสุดา สิทธิสันติกุล และคณะ. (2558). การจัดการความรู้เพื่อกำหนดทางเลือกในการปลูกข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ภัยแล้ง กรณีศึกษาเกษตรกรตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 6(1), 160-184.
จิราภรณ์ ถมแก้ว และคณะ. (2561). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการความรู้การเพิ่มคุณภาพการผลิตทุเรียนพันธุ์หมอนทองของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองในเขตเทศบาลตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช. โครงการวิจัยมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย นครศรีธรรมราช.
ธานี ชูกำเนิด และคณะ. (2558). การพัฒนารูปแบบกระบวนการนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของปราชญ์ชาวบ้านภาคใต้. วารสารบัณฑิตศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 2(2), กรกฎาคม - ธันวาคม 2558.
ธวัชชัย เพ็งพินิจ และคณะ. (2562). เกษตรประณีต: องค์ความรู้และการพัฒนาเกษตรกรต้นแบบองค์ความรู้และการพัฒนาเกษตรกรต้นแบบ, วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์. 4(2), 209-224.
ปาริชาติ คุณปลื้ม และรัตยา โสวรรณปรีชา. (2559). การจัดการความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น. วารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี, 12(6), 89-97.
เมธา หริมเทพาธิป และคณะ. (2567). แนวคิดการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติด้วยปรัชญาที่มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบองค์รวมและสมดุล. วารสารวิจัยธรรมศึกษา, 7(1), 215–227.
มานิตา ศรีสิตานนท์ เหลืองกระจ่าง (2565). พจนานุกรมสร้างชาติ: อุดมการณ์รัฐไทยในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. มติชน.
สินีนุช ครุฑเมือง แสนเสริม และคณะ. (2564). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการผลิตพืชเศรษฐกิจของเกษตรกร. วารสารเกษตร มสธ. 3(1): 31-44.
สุชาดา น้ำใจดี. (2561). คุณลักษณะสื่อบุคคลที่ควรรู้ในการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น. วารสารชุมชนวิจัย, 12(3), 1-13.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). ราชกิจจานุเบกษา.
สามารถ อัยกร. (2559). การจัดการความรู้ในสถาบันอุดมศึกษา. วารสารบัณฑิตศึกษา, 13(61), 21-29.
สมชาย รัตนคช และคณะ. (2558). การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ของหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารวิทยบริการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 26(3), 25-36.
อัศวลักษ์ ราชพลสิทธิ์ และคณะ. (2563). “ข้าวหลามหนองมน” องค์ความรู้ภูมิปัญญา และรูปแบบการจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นไทยอย่างยั่งยืน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 9(2): 51-66.
Avolio, B. J., & Bass, B. M. (2021). Improving Organizational Effectiveness through Transformational Leadership. Sage.
Bratton, J., Gold, J., Bratton, A., & Steele, L. (2021). Human resource management. Bloomsbury Publishing.
Darwin, C. (2017). Building a learning organization. Knowledge solutions, 57(54), 78-99.
