https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/issue/feed มจร สุรนารีสาร 2026-07-13T20:03:08+07:00 Phramaha Supat Vajirāvudho, Assoc. Prof. Dr. mcusuranaree@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสาร มจร สุรนารีสาร</strong></p> <p><strong>ISSN: 2985-1106 (Print)</strong></p> <p><strong>ISSN: 3088-1382 (Online)</strong></p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong></p> <p>1.เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ ทางด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา จริยศาสตร์ การศึกษา และสหวิทยาการ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ของนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา ในระดับบัณฑิตศึกษา และบุคคลทั่วไป </p> <p>2.เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนาและศาสตร์สมัยใหม่ </p> <p><strong>การพิจารณาบทความ</strong></p> <p>ทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 3 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (double-blind review)</p> <p><strong>ประเภทของบทความ : </strong>บทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ และหรือบทความวิจารณ์หนังสือ</p> <p><strong>ภาษาที่รับการตีพิมพ์</strong> : ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์</strong></p> <p>-วารสารมีกำหนดออก 3 ฉบับต่อปี ดังนี้ ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม, ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม</p> https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/633 การพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณ จากการเขียนโปรแกรมโดยใช้บัตรคำสั่ง ด้วยสื่อบอร์ดเกม Unplugged Coding สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2024-06-22T14:44:54+07:00 จันทิมา หิรัญอ่อน jantimaka6@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมโดยใช้บัตรคำสั่งด้วยสื่อบอร์ดเกม Unplugged Coding (2) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมโดยใช้บัตรคำสั่งด้วยสื่อบอร์ดเกม Unplugged Coding สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผู้เข้าร่วมวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดพิจิตร จำนวน 18 คน โดยทำการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เครื่องมือที่ใช้ คือ แผนการจัดการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมโดยใช้บัตรคำสั่ง แบบสะท้อนการเรียนรู้ แบบบันทึกกิจกรรม และแบบประเมินทักษะการคิดเชิงคำนวณ ดำเนินการโดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 3 วงจรปฏิบัติการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลแบบสามเส้า ด้านวิธีการและแหล่งข้อมูล ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 พบว่า การพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณ เรื่อง สมบัติของวัสดุ มี 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) นำเข้าสู่บทเรียน จากการใช้คำถามของครูเพื่อให้นักเรียนได้บอกขั้นตอนของการกินอาหารของตนเองและวิเคราะห์ลำดับขั้นตอนการกินอาหารร่วมกัน 2) ขั้นกิจกรรมเรียนรู้ เป็นการใช้สื่อบอร์ดเกมให้นักเรียนได้ฝึกเขียนโปรแกรมให้ตัวละครสัตว์ทำภารกิจที่ได้รับ 3) ขยายความรู้ เป็นการให้นักเรียนแต่ละกลุ่มมาอธิบาย คำสั่งของตนเอง และร่วมกันบันทึกคำสั่งที่ถูกต้องลองในใบกิจกรรมการเรียนรู้ และ 4) ขั้นสรุป นักเรียนจะได้เขียนกระดาษ Post it เพื่อร่วมกันแยกประเภทของวัสดุให้ถูกต้องตามโจทย์กำหนด และผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 พบว่าผลการพัฒนาระดับทักษะการคิดเชิงคำนวณระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับระดับทักษะการคิดเชิงคำนวณหลังเรียนด้วยในระดับการถ่ายโอนระดับ 4 ถ่ายโอนแบบใกล้</p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/644 การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เรื่องกระบวนการเกิดหินและ วัฏจักรหิน โดยใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดท้ายยอ 2024-09-24T21:37:38+07:00 ชนินาถ อนันตพันธ์ chaninat070639@hotmail.com ชญารัตน์ บุญพุฒิกร chayarat.b@rmutsb.ac.th จันทิมา หิรัญอ่อน jantima.h@rmutsb.ac.th <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เรื่องกระบวนการเกิดหินและวัฏจักรหินโดยใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (2) เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เรื่องกระบวนการเกิดหินและวัฏจักรหิน โดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มประชากรที่ศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1. แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องกระบวนการเกิดหินและวัฏจักรหิน 2. ชุดแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เรื่องกระบวนการเกิดหินและวัฏจักรหิน และ 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เรื่องกระบวนการเกิดหินและวัฏจักรหิน สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที ผลการศึกษาพบว่า</p> <p>(1) หลังการใช้ชุดแบบฝึกทักษะเรื่องกระบวนการเกิดหินและวัฏจักรหิน นักเรียนมีคะแนนผลการทดสอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 100</p> <p>(2) ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องกระบวนการเกิดหินและวัฏจักรหิน โดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05</p> <p> องค์ความรู้ที่ค้นพบจากงานวิจัยนี้ คือการศึกษาวิจัยด้านรูปแบบการสอนร่วมกับการเรียนด้วยชุดแบบฝึกทักษะเพื่อประโยชน์ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนได้เพราะการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ สามารถกระตุ้นผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี</p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/1180 การสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นรอบโรงเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 2024-12-03T16:55:13+07:00 อัมพร เจือจันทร์ pawina1984vip@gmail.com พระจิรนันท์ จิรนนฺทโมฬี pawina1984vip@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสร้างหนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นรอบโรงเรียน&nbsp; สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp; โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ)&nbsp; อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp; จังหวัดนครราชสีมา&nbsp; ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (2)&nbsp; เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นรอบโรงเรียน&nbsp; สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp; โรงเรียนเทศบาล 4&nbsp; (เพาะชำ)&nbsp; อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp; จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย&nbsp; ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp; &nbsp;โรงเรียนเทศบาล 4&nbsp; (เพาะชำ)&nbsp; อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp; จังหวัดนครราชสีมา&nbsp; จำนวน&nbsp; 25&nbsp; คน&nbsp; เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นรอบโรงเรียนจำนวน&nbsp; 3&nbsp; เรื่อง&nbsp; เก็บข้อมูลในระหว่างวันที่ 15-20&nbsp; เดือนมกราคม&nbsp; พ.ศ. 2566&nbsp; สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล&nbsp; ได้แก่&nbsp; ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ()&nbsp; ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)&nbsp; การหาดัชนีประสิทธิภาพ (E.I.)&nbsp; และการทดสอบค่าที&nbsp; (t-test)&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <ol> <li class="show">&nbsp; &nbsp; ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 พบว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นรอบโรงเรียน&nbsp; มีประสิทธิภาพของกระบวนการจัดการเรียนรู้เท่ากับร้อยละ&nbsp; 82.27&nbsp; และมีประสิทธิภาพของผลลัพธ์เท่ากับร้อยละ&nbsp; 93.87&nbsp; ซึ่งสรุปได้ว่าประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นรอบโรงเรียนมีประสิทธิภาพเท่ากับ&nbsp; 82.27/93.87&nbsp; สูงกว่าเกณฑ์&nbsp; 80/80&nbsp; ที่ตั้งไว้</li> <li class="show">&nbsp; &nbsp; ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่&nbsp; 2 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนรู้ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติมเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นรอบโรงเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน&nbsp; แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตที่ระดับ .05&nbsp; โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ก่อนเรียนรู้</li> </ol> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/1090 Learning English through Film Titles 2024-12-03T18:15:31+07:00 Chaowalit Kuemphukhieo chaokrub@hotmail.com Suwaree Yordchim suwaree.yo@ssru.ac.th Cholthicha Sudmuk jing_s2000@yahoo.com Behrad Aghaei aghaeib@umich.edu <p>This research is a document analysis of film titles in English. It intends to study English complex word structure, phrase structure, and their grammatical functions in collecting data from English film titles. The film titles are retrieved from the movies released from 2015 to 2017 in Thailand. The data includes 376 English movie titles. The morphological structures are analyzed within the theories of word formation. The structure of English film titles are analyzed both at morphological (word) and at syntactic levels (phrase and sentence). Three morphological formations (compounding, affixation, and abbreviation) and four phrase structures (noun, verb, adjectival and prepositional phrase) are recognized at the word and phrasal structure levels respectively. At the sentence structure level, a negative-imperative sentence and a statement sentence are found.</p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/1241 พุทธภูมิ สุวรรณภูมิ : พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร 2024-12-17T09:00:34+07:00 สุรเนตร ดอกคำ suranet044@gmail.com กุลพิสิฐ ขวาไทย phee9494@gmail.com <p>หนังสือเล่มนี้ทำให้ผู้วิจารณ์ทราบว่า ฉัตรทองคำ 4.49 เมตรบนยอดพระมหาโพธิเจดีย์เป็นของคนไทยสร้าง เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2556 เป็นวันมหามงคล มหาศรัทธา โดยได้มีพิธีถวายทองคำหุ้มยอดฉัตรพระมหาโพธิเจดีย์ ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ความเรืองรองจากยอดฉัตรทองคำ เป็นสัญลักษณ์แห่งการหลอมรวมพลังศรัทธาของสถาบันหลัก ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยแท้ ไม่เพียงการหมายมุ่งทำนุบำรุงพระศาสนาเท่านั้น ทว่ายังมุ่งมั่นต่อความสงบ สันติ ของประเทศด้วย ดั่งคำจารึกในแผ่นทองคำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่บรรจุไว้ ณ ยอดมหาโพธิเจดีย์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระราชศรัทธาทรงนำประชาชนชาวไทยทั้งชาติ ร่วมกันสร้างทองคำบริสุทธิ์ 289 กิโลกรัม นำมาประดิษฐาน ณ ยอดพระมหาโพธิเจดีย์นี้ เพื่อเป็นพุทธกตเวทิตบูชาแด่สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 4 ในประวัติศาสตร์โลก ที่ทรงร่วมบูรณะพระมหาเจดีย์พุทธคยา ต่อจากพระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้าหุวิชกะ และพระเจ้ามินดง ขออานุภาพแห่งการบูชาสูงสุดนี้ บันดาลให้ชาติไทยรุ่งเรืองด้วยพุทธศาสนาตลอดกาลนิรันดร์ ให้คนไทยมีความสามัคคีกัน มีความสันติและสุขสถาพรตลอดไป</p> <p> </p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/1069 การอนุรักษ์ภาษาไทยเชิงพุทธจิตวิทยา 2024-11-12T15:19:59+07:00 วิเชียร นามการ dr.vichian2503@gmail.com มุกดา วตะกูลสิน dr.vichian2503@gmail.com ใจกลาง แก้วเกิด dr.vichian2503@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการอนุรักษ์ภาษาไทยเชิงพุทธจิตวิทยา ซึ่งการอนุรักษ์ภาษาไทยเชิงพุทธจิตวิทยามีความมุ่งหมาย (1) เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของคนไทยทั้งชาติให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป (2) เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการใช้ภาษาไทย ยกมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาทุกระดับให้สัมฤทธิผลยิ่งขึ้น (3) เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนมีส่วนร่วม เผยแพร่ความรู้ภาษาไทยและอนุรักษ์ภาษาไทยในรูปแบบต่าง ๆ ไปสู่สาธารณชน จากการศึกษาพบว่า สังคมไทยมีความผูกพันกับพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งโดยเฉพาะ “ด้านภาษา” ภาษาไทยส่วนใหญ่มีรากฐานมาจากภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตโดยคำยืมในภาษาไทยที่ยืมมาจากทั้งสองภาษานี้ เป็นคำที่มีใช้ในชีวิตประจำวันทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ภาษาบาลีได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนาเถรวาท ส่วนภาษาสันสกฤตได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์และวรรณคดีเรื่องมหาภารตะและรามายณะ</p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/1140 แนวทางการศึกษาบทบาทพระสังฆาธิการต่อการสื่อสารภาษาอังกฤษในยุคดิจิทัล 2024-12-05T21:32:37+07:00 พระครูปริยัติสโมธาน (กวกขุนทด) siharach.ccu@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการศึกษาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร&nbsp; และเพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรู้ของพระสังฆาธิการในยุคดิจิทัล จากการศึกษาพบว่าบทบาทของพระสังฆาธิการในการสื่อสารภาษาอังกฤษ เป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารที่ทันสมัย จะช่วยปิดช่องว่างต่อความเข้าใจในสังคมปัจจุบันและเป็นรากฐานสำหรับการศึกษาสังคมยุคดิจิทัล เพื่อตอบสนองการส่งสารและการเผ่ยแผ่ธรรมะให้ทันต่อสังคมรุ่นใหม่ เพราะสังคมยุคปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในทุกด้านของชีวิต พระสังฆ์ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกันในสังคมยุคดิจิทัลได้ ฉะนั้นการศึกษาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของพระสังฆาธิการจึงเป็นสิ่งจำเป็นและตามให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเปลี่ยนไปตลอดเวลา ดังนั้น การศึกษาแนวทางการศึกษาภาษาอังกฤษในยุคดิจิทัล จึงเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้พัฒนาด้านการสื่อสารของคณะสงฆ์ และส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา เป็นการพัฒนาชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล</p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/1250 บทบรรณาธิการ 2024-12-24T01:47:48+07:00 Chokchai Chomnawang mcusuranaree@gmail.com <p>บทบรรณาธิการ</p> <p>วารสาร มจร สุรนารีสาร ปีที่ 2 เล่ม 1 (มกราคม-เมษายน 2567) นี้มีผลงานบทความวิจัยและบทความวิชาการที่ทรงคุณทางศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้อ่านสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการสอนได้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ผลงานวิจัยที่สำคัญคือการเขียนโปรแกรมโดยใช้บัตรคำสั่งด้วยสื่อบอร์ดเกมส์ การสร้างหนังสืออ่านด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น การเรียนภาษาอังกฤษผ่านชื่อภาพยนตร์ การอนุรักษาไทยและการใช้โซเชี่ยลในการสื่อสารภาษาอังกฤษของพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมทั้งบทวิจารณ์หนังสือที่รวบรวมพระสูตรเกี่ยวกับพุทธประวัติประกอบภาพสถานที่จริง บทความทั้งหมดอุดมไปด้วยภูมิปัญญาที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้</p> <p>เนื่องจากปกของวารสารเล่มนี้กล่าวถึงพระพุทธไสยาสน์ วัดธรรมจักรเสมาราม อำเภอสูงเนิน จังหวัด นครราชสีมา พระพุทธรูปหินทรายสมัยทวารวดีอายุกว่า 1,000 ปี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สำหรับเมืองเสมาที่อำเภอสูงเนินนั้น มาจากคําว่า “สีมา” ในชื่อ นครราชสีมา&nbsp; เมืองเสมาเป็นเมืองโคราชเก่าแก่ดั้งเดิม หรือเมืองนครราชสีมาแห่งแรก ก่อนย้ายไปตั้งจังหวัดนครราชสีมา ในปัจจุบัน</p> <p>ทางกองบรรณาธิการรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและขอขอบคุณผู้แต่งทุกท่าน ที่ได้ส่งบทความอันทรงคุณค่าทรงภูมิปัญญาพร้อมด้วยองค์ความรู้ใหม่ๆ มาร่วมเผยแพร่ในวารสาร มจร สุรนารีสาร และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือทางวิชาการจากท่านเป็นอย่างดีในโอกาสต่อไป</p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร https://so14.tci-thaijo.org/index.php/msjkorat/article/view/1251 แบบฟอร์มการเขียนบทความ 2024-12-24T01:59:26+07:00 Chokchai Chomnawang mcusuranaree@gmail.com <p>แบบฟอร์มการเขียนบทความ ผู้แต่งสามารถดาวน์โหลดเท็มเพลตการเขียนบทความวิจัย บทความวิชาการและบทวิจารณ์หนังสือ เอาไว้เป็นฟอร์มแม่แบบในการเขียนบทความของท่านได้ตามตัวอย่างที่แนบมานี้</p> 2024-12-24T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2024 มจร สุรนารีสาร