การศึกษาขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา
คำสำคัญ:
การปฏิบัติงาน, ขวัญกำลังใจ, ครูบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา (2) เพื่อเปรียบเทียบขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา จำแนกตามตำแหน่งการปฏิบัติงาน ประสบการณ์การทำงาน และขนาดโรงเรียน รูปแบบการวิจัยเป็นวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้การสังเคราะห์องค์ประกอบแนวคิดเกี่ยวกับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูเป็นกรอบในการวิจัย พื้นที่วิจัยคือสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา จำนวนครู 3,208 คน ได้กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ปีการศึกษา 2567 จำนวน 343 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 1 ชนิด คือ ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคิอร์ท (Likert) 5 ระดับ และได้ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถามได้เท่ากับ 1.00 ทุกข้อและค่าความเชื่อมั่นโดยภาพรวมทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปทางสถิติเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูโดยใช้สถิติ t-test และ F-test เมื่อพบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงทำการทดสอบรายคู่ โดยใช้วิธีการของเซฟเฟ่ ผลการวิจัยพบว่า
1) ขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน (= 4.14) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากเป็นอันดับแรกได้แก่ ด้านความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน (= 4.18) รองลงมาคือ ด้านโอกาสความก้าวหน้า (= 4.16) ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน (= 4.15) และด้านบทบาทของผู้บังคับบัญชา (= 4.13) ตามลำดับ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากเป็นอันดับสุดท้าย คือ ด้านค่าตอบแทนและสวัสดิการ (= 4.07)
2) ผลการเปรียบเทียบขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา โดยจำแนกตาม ตำแหน่งการปฏิบัติงาน ประสบการณ์การทำงาน และขนาดโรงเรียนโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มนโยบายและแผน สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา. (2566). แผนปฏิบัติการประจําปี งบประมาณ พ.ศ.2566.
เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2560). การจัดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ลกรุ๊ป.
ประกิจ ชอบรู้. (2562). การศึกษาขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยรังสิต.
ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์. (2553). จิตวิทยาการบริหารงานบุคคล. กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพฯ.
พิณสุดา สิริธรังศรี. (2557). รายงานการวิจัยและพัฒนาเรื่องรูปแบบการบริหารจัดการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
รุ่งทิวา วิบูลพันธ์. (2562). ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
วรารัตน์ งันลาโสม. (2563). ขวัญและกําลังใจในการปฏิบัติงานของพนักงานราชการและครูอัตราจ้าง ในโรงเรียนสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23. วิทยานิพนธ์ครุสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สายสุนีย์ ตรีเหลา. (2561). การสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สุชานันท์ พรหมจันทร์. (2566). การศึกษาสาเหตุความตั้งใจในการลาออกของพนักงานองค์กรรัฐวิสาหกิจ. การศึกษาค้นคว้าอิสระการจัดการมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหิดล.
สุภาวดี ขุนทองจันทร์. (2559). การบริหารทรัพยากรมนุษย์.กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579.
อาคม วัดไธสง. (2547). หน้าที่ผู้นำในการบริหารการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยทักษิณ.
อัจฉรา ไชยราช. (2556). ขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอน ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ครุสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.
อุบลรัตน์ ชุณหพันธ์. (2558). การศึกษาขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูการศึกษานอกโรงเรียน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด จันทบุรี ระยอง และตราด. วิทยานิพนธ์ครุสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
Bergeth, R.L. (1999). An Experimental Study of Teacher Morale in Selected School Districtsof North Dakota. Dissertation Abstracts International, 31(2), 6293-A.
Devis, K. & Newstrom, J.W. (1985). Human behavior at work : Organization behavior. New York: McGraw – Hill Book.Districtsof North Dakota. Dissertation Abstracts International, 31(2), 6293-A.
Flippo, E.B. (1961). Principle of Personnel Administration. New York: McGraw-Hill.
Herzberg,F (1964). The Motivation - Hygiene Concept and Problem of Manpower: Personnel Administration (Cleverland: World ublishing,113 - 115.
Krejcie, R.V., & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
More and Robert. (1962). How good id good morale. Factory Management and maintenance. 3(19), 13.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มจร สุรนารีสาร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
