PULINET Journal
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ
ข่ายงานห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (Provincial University Library Network)
th-TH
PULINET Journal
2351-048X
-
การปรับปรุงกระบวนการชดใช้คืนหนังสือ โดยประยุกต์ใช้แนวคิด Lean และเทคนิค ECRS
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2189
<p>หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการชดใช้คืนหนังสือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยกระบวนการเดิมที่ใช้เอกสารกระดาษส่งผลให้การบริการล่าช้าและขาดความคล่องตัว การศึกษานี้ใช้แนวคิด Lean ร่วมกับเทคนิค ECRS (Eliminate – Combine – Rearrange – Simplify) ในการออกแบบกระบวนการใหม่ เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อจำกัดและความสูญเปล่าของกระบวนการเดิม พัฒนาเป็นระบบออนไลน์แบบครบวงจรตั้งแต่การกรอกฟอร์ม การชำระเงิน และการจัดเก็บข้อมูล ผลการปรับปรุงกระบวนการพบว่า สามารถลดจำนวนขั้นตอนจาก 9 ขั้นตอน เหลือ 7 ขั้นตอน ทำให้ลดระยะเวลาดำเนินงานจาก 35 นาที เหลือ 17 นาทีหรือลดลงร้อยละ 51.43 แสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้หลักการ Lean และ ECRS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อนในกระบวนงาน และยกระดับคุณภาพการให้บริการ รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกระบวนงานอื่นในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
ธวัลพร วัฒนาศรีโรจน์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-17
2026-04-17
13 1
A1
A13
10.66692/pulinet.13.1.2189
-
การพัฒนา AI Chatbot: TU Library FAQ ด้วย ChatGPT เพื่อยกระดับการให้บริการตอบคำถามของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2221
<p> การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของระบบปัญญาประดิษฐ์ AI Chatbot มีชื่อว่า <em>"</em><em>MyGPTs: TU Library FAQ"</em> บนแพลตฟอร์ม ChatGPT เพื่อยกระดับการให้บริการตอบคำถามของหอสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นอกเวลาปฏิบัติการ ระบบได้รับการออกแบบและพัฒนาตามกระบวนการแบบวนซ้ำ (Iterative Model) ในวงจรชีวิตการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยมุ่งเน้นให้ระบบสามารถตอบคำถามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาทำการ บริการพื้นฐานของหอสมุดฯ และการค้นหาทรัพยากรสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินประสิทธิภาพดำเนินการ 2 รอบ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านบริการตอบคำถามของหอสมุดฯ<br /> ในระยะแรกของการพัฒนา ระบบใช้ฐานความรู้รูปแบบไฟล์ข้อความ (Plain Text) ผลการทดสอบพบว่าระบบสามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ แต่พบว่ามีข้อจำกัดด้านความถูกต้องและความครอบคลุมของข้อมูล หลังจากนั้นผู้ศึกษาได้ปรับปรุงฐานความรู้เป็นรูปแบบการสร้างข้อความเสริมด้วยการค้นคืน (Retrieval-Augmented Generation: RAG) และเก็บรวบรวมข้อมูลบริการต่าง ๆ ในรูปแบบตารางผ่านโปรแกรม Airtable ผลการประเมินหลังจากการปรับปรุง พบว่า ประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอของระบบเพิ่มสูงขึ้น โดยได้คะแนนการประเมินเฉลี่ยระหว่าง 4.51–5.00 ซึ่งอยู่ในระดับสมบูรณ์แบบ ด้านความพึงพอใจของผู้ใช้หลังการทดลองใช้งานอยู่ในระดับดี (คะแนนเฉลี่ย 4.00–4.29) โดยเฉพาะในด้านความสะดวกในการโต้ตอบและความถูกต้องของข้อมูล อย่างไรก็ตามระบบยังมีข้อจำกัดบางประการที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่นข้อมูลอัตราค่าปรับเกินกำหนดคืนอุปกรณ์ Library of Things และลิงก์ที่เชื่อมต่อไปยังฐานข้อมูลออนไลน์ที่หอสมุดฯ บอกรับหมดอายุไม่สามารถเข้าใช้งานได้<br /> จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นศักยภาพของ AI Chatbot ในการสนับสนุนบริการตอบคำถามของหอสมุดฯ นอกเวลาทำการและชี้ให้เห็นว่าการเลือกโครงสร้างฐานความรู้ที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของระบบ ดังนั้น การพัฒนาต่อไปในอนาคตควรมุ่งเน้นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึง การนำฐานข้อมูลเวกเตอร์และระบบ Semantic Search มาประยุกต์ใช้ รวมถึงปรับปรุงระบบให้รองรับการทำงานได้หลายภาษาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่หลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคต</p>
เมธี แซ่ตั้ง
ศิรวิชญ์ การสนิท
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-28
2026-04-28
13 1
A14
A28
10.66692/pulinet.13.1.2221
-
น้องไลฟ์ลอง (NongLifelong): AI Agent ผู้ช่วยอัจฉริยะในสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตฯ
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2681
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของปัญญาประดิษฐ์ตัวแทน (AI Agent) ภายใต้ชื่อ “น้องไลฟ์ลอง (NongLifelong)” เพื่อยกระดับการให้บริการข้อมูลและนวัตกรรมการเรียนรู้ของสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตฯ (KLLC) กระบวนการดำเนินการได้ประยุกต์ใช้แนวคิดไคเซ็น (Kaizen) และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ร่วมกับสถาปัตยกรรม Agentic AI โดยใช้แพลตฟอร์ม n8n แบบ Self-Hosted บน Ubuntu Server เป็นแกนกลางในการบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ (Workflow Automation) ระบบมีการบูรณาการร่วมกับ Google Drive, Google Calendar, Supabase Vector Store และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ผ่านเทคนิคการดึงข้อมูลเสริมการสร้างคำตอบ (Retrieval-Augmented Generation: RAG) เพื่อรองรับการสื่อสารเชิงบริบทผ่านช่องทางเว็บแชทและ Line Official ผลการประเมินพบว่านวัตกรรมดังกล่าวสามารถลดเวลาในการตอบกลับจากระดับชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาที เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล และส่งเสริมประสบการณ์การใช้งานให้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครอบคลุมการเข้าถึงข้อมูลคอร์สเรียน กิจกรรม และทักษะที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาครั้งนี้จึงเป็นกรอบแนวทาง (Framework) ต้นแบบสำหรับการขยายผลสู่บริการอัจฉริยะในห้องสมุดและสถาบันการศึกษาในอนาคต</p>
พริษฐ์กวินท์ นาควะรี
คมสัน การสมเพียร
พรทิพย์ แยงคำ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-22
2026-05-22
13 1
A29
A44
10.66692/pulinet.13.1.2681
-
การพัฒนากระบวนการผลิตสื่อในโครงการ Research Digest เพื่อการสื่อสารงานวิจัยสู่สาธารณะผ่านโซเชียลมีเดีย
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2729
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสื่อสำหรับการสื่อสารงานวิจัยสู่สาธารณะผ่านโซเชียลมีเดียกรณีศึกษาโครงการ Research Digest ของหอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีจุดตั้งต้นจากการวิเคราะห์ข้อจำกัดของโครงการผลิตสื่อจากงานวิจัยเดิม (The Author) ที่ต้องใช้ทรัพยากรด้านบุคลากร เวลา และขั้นตอนการทำงานจำนวนมาก โดยวิธีดำเนินการศึกษาประกอบด้วยการวิเคราะห์กระบวนการผลิตสื่อเดิม การออกแบบและพัฒนากระบวนการผลิตสื่อใหม่ที่ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการทำงาน โดยใช้การสังเคราะห์ข้อมูลจากผลงานวิจัยต้นฉบับร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากนั้นนำกระบวนการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสื่อ Research Digest และประเมินผลจากตัวชี้วัดของสื่อในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ผลการศึกษาพบว่า สื่อวิดีโอสามารถสร้างการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการได้สูงกว่าสื่อภาพนิ่ง และกระบวนการผลิตสื่อรูปแบบใหม่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและระยะเวลาในการดำเนินงานลงได้อย่างชัดเจน การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการผลิตสื่อที่เหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของห้องสมุด และสามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
ก้องภพ ปิยสังคม
ธรรพ์ณธร อรียพิพัฒน์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-22
2026-05-22
13 1
A45
A59
10.66692/pulinet.13.1.2729
-
แนวปฏิบัติที่ดีในการรับนักศึกษาช่วยงานโดยใช้กระบวนการบริหารจัดการแบบ POLC กรณีศึกษา ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2693
<p> มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ประกาศให้มีการจ้างงานนักศึกษา เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การเพิ่มประสบการณ์จากการทำงาน รวมทั้งส่งเสริมให้นักศึกษาใช้เวลาว่างจากการเรียนให้เป็นประโยชน์ ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ได้จัดทำโครงการนักศึกษาช่วยงานห้องสมุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีในการรับนักศึกษาช่วยงาน รวมทั้งเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยเน้นให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการส่งเสริมการใช้บริการบอร์ดเกม VR และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยใช้กระบวนการบริหารจัดการ POLC เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน พบว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อแนวปฏิบัติการรับนักศึกษาช่วยงานโดยใช้กระบวนการจัดการสมัยใหม่ (POLC) อยู่ในระดับดีมาก (ค่าเฉลี่ย 4.68) นักศึกษาที่ปฏิบัติงานได้เพิ่มทักษะทางสังคม (Soft Skills) ทางด้านการประสานงานและการทำงานร่วมกัน มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 18.18 นอกจากนี้ สถิติการใช้บริการบอร์ดเกมและ VR ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 68.25 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โครงการนี้ทำให้ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา ได้แนวปฏิบัติที่ดีในการรับนักศึกษาช่วยงานเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรสารสนเทศของศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษาได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
ณชญาดา แต้มรู้
เบญจวรรณ บุญพัวพันธ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-26
2026-05-26
13 1
A60
A76
10.66692/pulinet.13.1.2693
-
การพัฒนาแดชบอร์ดด้านการจัดการวัสดุสำรองคลังเพื่อการบริหารงบประมาณอย่างยั่งยืน
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2767
<p>การบริหารจัดการวัสดุสำรองคลังเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานและการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ แต่การติดตามและวิเคราะห์การเบิกจ่ายวัสดุมักเผชิญปัญหาข้อมูลซับซ้อน ขาดความชัดเจน และไม่สามารถอัปเดตแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้การตัดสินใจด้านงบประมาณมีความล่าช้าและคลาดเคลื่อน การพัฒนานี้มุ่งสร้างระบบ Dashboard โดยใช้เครื่องมือ Data Visualization เพื่อแสดงข้อมูลการเบิก–จ่ายวัสดุอย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย และสามารถอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผลการศึกษา พบว่า Dashboard ช่วยให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์แนวโน้ม และตรวจสอบการใช้วัสดุได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณมีประสิทธิภาพ ลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการวัสดุ นอกจากนี้ Dashboard ยังสนับสนุนการเปลี่ยนบทบาทของเจ้าหน้าที่จาก ผู้รวบรวมข้อมูลไปสู่ผู้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ การศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า การนำ Dashboard มาใช้เป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาการบริหารงบประมาณและทรัพยากรบุคคลของหน่วยงานให้ทันสมัย โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงานภาครัฐ</p>
จุฑาทิพย์ ทับทิมหอม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-26
2026-05-26
13 1
A77
A91
10.66692/pulinet.13.1.2767
-
การพัฒนาระบบแนะนำหนังสือ (Book Recommendation System) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ผ่านบัญชีทางการไลน์ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2679
<p>การพัฒนาระบบแนะนำหนังสือ (Book Recommendation System) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศประเภทหนังสือ ให้ตรงตามความสนใจของผู้ใช้บริการเฉพาะบุคคล (Personalized) ผู้พัฒนาจึงได้นำกระบวนการ CRISP-DM (Cross-Industry Standard Process for Data Mining) ที่ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นระบบและมีโครงสร้างมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบพัฒนาระบบแนะนำหนังสือ (Book Recommendation System) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เชื่อมต่อและให้บริการผ่านบัญชีทางการไลน์ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TULIB LINE Official Account: @lifeonline) ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้ใช้บริการคุ้นเคยและเข้าถึงได้สะดวก ระบบฯ ประกอบด้วย 2 โหมดหลัก ได้แก่ (1) โหมดอัตโนมัติ (Automatic Mode) ใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) โดยประยุกต์โมเดล Word2Vec และ LightFM ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหนังสือและพฤติกรรมการยืม เพื่อสร้างรายการแนะนำที่เหมาะสมกับผู้ใช้บริการ และ (2) โหมดแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Mode) ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการเลือกหมวดหมู่หนังสือตามความสนใจได้ด้วยตนเอง จากผลการสำรวจการใช้งานระบบฯ พบว่า ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจโดยรวมต่อระบบฯ คิดเป็นร้อยละ 85.91 สะท้อนให้เห็นว่าระบบฯ สามารถตอบสนองต่อความสนใจของผู้ใช้บริการเฉพาะบุคคล (Personalized) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
นัชฐภรณ์ อ่อนแก้ว
ชนพัฒน์ อนุเวช
ฐิติพงศ์ ลิ้มพงศานุรักษ์
ชัยสิทธิ์ อังคะปัญญาเดช
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-26
2026-05-26
13 1
A92
A106
10.66692/pulinet.13.1.2679
-
พลิกโฉมบริการตอบคำถามห้องสมุด มข.: จากแชทบอทธรรมดาสู่ AI อัจฉริยะบน LINE
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2652
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา LINE Chatbot ด้วยเทคโนโลยี Generative AI สำหรับบริการตอบคำถามของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของแชทบอทรุ่นเดิม โดยได้ออกแบบและพัฒนาระบบที่บูรณาการเทคโนโลยี Generative AI ด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Llama 3.3 ร่วมกับเทคนิค Retrieval-Augmented Generation (RAG) เพื่อดึงข้อมูลจากฐานความรู้เฉพาะของห้องสมุด และใช้ API สำหรับการแปลภาษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล ผลการประเมินจากผู้ใช้งานจำนวน 56 คน พบว่ามีความพึงพอใจโดยรวมในระดับสูงที่ร้อยละ 80.40 โดยเฉพาะด้านความเสถียรของระบบและการตอบคำถามเฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำในการตอบคำถามยังคงเป็นความท้าทายหลัก ผลการพัฒนาระบบพบว่า การนำ Generative AI มาใช้ประสบความสำเร็จในการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ให้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องมีการปรับปรุงฐานข้อมูลและปรับจูนโมเดลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นในการสนทนากับความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของบริการห้องสมุด</p>
อัคริมา สุ่มมาตย์
นิติยา ศรีวรเดชไพศาล
ดนย์บวรภัทร มีกุญชร
จีรพล วรรณาพรามหมณ์
สิรวิชญ์ บุตรโยจันโท
สุรนุช สัพโส
กานดา สายแก้ว
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-27
2026-05-27
13 1
A107
A118
10.66692/pulinet.13.1.2652
-
การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการเดินทางไปราชการ เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2696
<p> การพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลการเดินทางไปราชการเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Low-Code สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานรูปแบบดิจิทัล และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งเน้นการลดระยะเวลาการทำงานในขั้นตอนการบันทึก สืบค้น และจัดทำรายงาน รวมถึงยกระดับการทำงานให้รวดเร็วและเป็นระบบยิ่งขึ้น ระบบได้รับการออกแบบตามกรอบแนวคิด People–Process–Technology (PPT Framework) และพัฒนาด้วยแนวทาง Agile ในรูปแบบ Web Application ผลการศึกษาพบว่าระบบสามารถลดเวลาในการบันทึกข้อมูลจาก 20 นาที เหลือ 10 นาที การสืบค้นข้อมูลจาก 30 นาที เหลือ 2 นาที และการจัดทำรายงานจาก 48 ชั่วโมง เหลือ 1 ชั่วโมง ผลลัพธ์สะท้อนว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
ชยานันท์ นันทพัฒน์ปรีชา
ณัฐธยาน์ ศรีต่ายขำ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-02
2026-06-02
13 1
A119
A133
10.66692/pulinet.13.1.2696
-
การบูรณาการความร่วมมือของส่วนงานเพื่อพัฒนาการให้บริการผลงานวิชาการ บนคลังสารสนเทศดิจิทัลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2664
<p>การบูรณาการความร่วมมือของส่วนงานเพื่อพัฒนาการให้บริการผลงานวิชาการบนคลังสารสนเทศดิจิทัลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคลังสารสนเทศดิจิทัลให้เป็นระบบกลางในการจัดเก็บ เชื่อมโยง และเผยแพร่ทรัพยากรดิจิทัลของมหาวิทยาลัย โดยบูรณาการความร่วมมือจากส่วนงานต่าง ๆ รวมทั้งศึกษาสภาพการดำเนินงาน ปัญหา และข้อเสนอแนะผ่านการสนทนากลุ่ม เพื่อพัฒนาให้ทรัพยากiสารสนเทศดิจิทัลสามารถเข้าถึงและใช้งานร่วมกัน แผนการดำเนินงานประกอบด้วยการอบรมเกี่ยวกับระบบ CMUDC การลงรายการ และการติดตามผลผ่านกิจกรรมสนทนากลุ่ม ในประเด็นด้านปัญหาและความต้องการในการจัดการผลงานวิชาการ ผลการศึกษาพบว่า การใช้งาน CMUDC ของผู้ปฏิบัติงานไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากการลงรายการไม่ใช่ภารกิจหลัก การประสานงานล่าช้า และขาดความรู้ด้านการลงรายการ ส่งผลให้ปริมาณทรัพยากรดิจิทัลที่นำเข้าระบบไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงรูปแบบการแสดงผลและการสืบค้นควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม ข้อค้นพบชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีนโยบายระดับมหาวิทยาลัยที่ชัดเจนในการพัฒนาคอลเล็กชันดิจิทัลร่วมกับทุกส่วนงาน โดยเฉพาะส่วนงานด้านการวิจัยที่มีผลงานจำนวนมากแต่ขาดช่องทางเผยแพร่ที่มีประสิทธิภาพ หากมีนโยบายที่ชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูงจะช่วยยกระดับการจัดเก็บ การเข้าถึง และการเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
จามจุรี จิโนสวัสดิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-05
2026-06-05
13 1
A134
A144
10.66692/pulinet.13.1.2664
-
ความต้องการและพฤติกรรมการใช้บริการหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพของนักศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2256
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการและพฤติกรรมการใช้บริการหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 316 คน จากประชากร ทั้งหมด 1,437 คน ประกอบด้วย หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 6 ปี) และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรง (IOC) และความเชื่อมั่น (Cronbach's Alpha = 0.97) ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2568 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (ร้อยละ 66.77) ศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีที่ 1 (ร้อยละ 24.05) มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นคว้าหนังสือ/ตำรา (ร้อยละ 87.34) ใช้บริการห้องสมุด 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ (ร้อยละ 32.91) เข้าใช้ในช่วงเวลา 16.30-20.30 น. (ร้อยละ 54.43) โดยเฉลี่ย 1-2 ชั่วโมงต่อครั้ง (ร้อยละ 41.46) ค้นหาหนังสือและสารสนเทศเทศจาก Google เป็นหลัก (ร้อยละ 64.24) ส่วนใหญ่เคยใช้บริการพื้นที่นั่งอ่านเดี่ยวและกลุ่มโซนเงียบ (ร้อยละ 93.67) มีความต้องการระดับมากในทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.44) รองลงมาคือ ด้านทรัพยากรสารสนเทศ ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.08) ด้านบุคลากรผู้ให้บริการ ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.06) ด้านบริการห้องสมุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 3.95) และด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับผู้ใช้ ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 3.81) ตามลำดับ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่ควรนำมาพิจารณาและปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการนักศึกษา ส่วนใหญ่ขอให้เพิ่มโซฟาบริเวณโซนพักผ่อน เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ขยายเวลาเปิดช่วงเสาร์-อาทิตย์ และเพิ่มห้องศึกษากลุ่ม ผลการวิจัยสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ การขยายเวลาเปิดให้บริการ และการจัดพื้นที่การเรียนรู้ของหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพให้สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของนักศึกษาในศตวรรษที่ 21</p>
ฤชากร สุขพันธุ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-28
2026-04-28
13 1
R1
R15
10.66692/pulinet.13.1.2256
-
การพัฒนาระบบการยืมระหว่างห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้ Agile Scrum Framework
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2176
<p> วัตถุประสงค์งานวิจัยนี้ เพื่อพัฒนาระบบยืมระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยใช้กรอบการทำงาน เอจายล์ สกรัม เฟรมเวิร์ค (Agile Scrum Framework) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบด้านระยะเวลาการให้บริการช่วยให้ลดต้นทุนในการจัดซื้อ และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ การวิจัยดำเนินการในรูปแบบการวิจัยและพัฒนา โดยประยุกต์ใช้ เอจายล์ สกรัม เฟรมเวิร์ค ซึ่งกำหนดบทบาทการทำงานที่ชัดเจน ได้แก่ Product Owner, Scrum Master และ Development Team และพัฒนาระบบเป็นรอบระยะสั้น (Sprint) ระบบที่พัฒนาประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ ระบบยืนยันตัวตนและการจัดการสิทธิ์ ระบบบริหารจัดการข้อมูล ระบบแบบฟอร์มการยืม และระบบรายงานและสถิติ กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา ได้แก่ นิสิต อาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่เข้าใช้งานระบบในช่วง มิถุนายน 2567 ถึง มกราคม 2568<br /> การดำเนินงานตามกรอบ Agile Scrum Framework ช่วยให้การพัฒนาระบบมีความเป็นระบบและยืดหยุ่นทำให้สามารถลดระยะเวลาในการกรอกข้อมูล 1.20 นาที เหลือประมาณ 50 วินาที ลดต้นทุนการจัดซื้อทรัพยากรสารสนเทศได้ 2,055,100 บาท และผู้ใช้บริการมีระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับสูงมาก (ค่าเฉลี่ย 4.71) ระบบยืมระหว่างห้องสมุดยังช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันของข่ายงานห้องสมุดภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทั้ง 4 วิทยาเขต โดยมีผู้ใช้บริการรวม 1,815 คน</p>
ยุทธ สุวรรณเดช
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-04-28
2026-04-28
13 1
R16
R25
10.66692/pulinet.13.1.2176
-
โมเดลการพัฒนา My GPTs ด้วยแนวคิด Human-in-the-Loop เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงรายการดรรชนีวารสาร
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2657
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบโมเดลการพัฒนา My GPTs ตามแนวคิด Human-in-the-Loop (HITL) และพัฒนา My GPTs ในการลงรายการดรรชนีวารสารให้มีประสิทธิภาพ ดำเนินการวิจัยโดยใช้การวิจัยและพัฒนา (Research & Development: R&D) ประยุกต์ใช้โมเดล PAOR ร่วมกับโมเดล MAPE-K มีระยะการดำเนินการวิจัยแบ่งเป็นระยะที่ 1 การศึกษาปัญหาและพัฒนา My GPTs ต้นแบบเป็นผู้ช่วยลงรายการบรรณานุกรมดรรชนีวารสาร และระยะที่ 2 การทดสอบใช้งาน My GPTs ลงรายการบรรณานุกรมดรรชนีวารสาร ปรับปรุงตามผลสะท้อนกลับจากผู้ปฏิบัติงาน และดำเนินการประเมินผล ประชากร คือ ผู้ปฏิบัติงานลงรายการดรรชนีวารสารห้องสมุดสาขา จำนวน 8 คน และบรรณารักษ์หน่วยวารสาร งานจัดการทรัพยากรสารสนเทศ จำนวน 1 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบตรวจสอบความถูกต้องของบรรณานุกรมและแบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจในการใช้งาน My GPTs ผลการวิจัยการประเมินประสิทธิภาพ My GPTs ที่พัฒนาตามโมเดลด้วยแนวคิด HITL พบว่า ความถูกต้องของการลงรายการหลังใช้งาน My GPTs เพิ่มขึ้นก่อนการใช้งานร้อยละ 25.44 (จาก 73.78 เป็น 92.55) และผลการประเมินความพึงพอใจภาพรวมในการใช้ My GPTs อยู่ที่ร้อยละ 76.11 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก โดยโมเดลการพัฒนา My GPTs นี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนา Generative AI เพื่อการลงรายการทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
กีรติ ศิริลักษณ์
ณัฐชา ซิ้มสวัสดิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-18
2026-05-18
13 1
R26
R41
10.66692/pulinet.13.1.2657
-
การศึกษาความต้องการรูปแบบการตลาดเชิงเนื้อหาผ่านเฟซบุ๊กเพจและความผูกพัน ของผู้ใช้บริการ: กรณีศึกษาเฟซบุ๊กเพจห้องสมุด ม.อ.สุราษฎร์ธานี
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2814
<p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการรูปแบบการตลาดเชิงเนื้อหา และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการรูปแบบการตลาดเชิงเนื้อหากับความผูกพันของผู้ใช้บริการเพจห้องสมุด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต สุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ติดตามเพจห้องสมุด จำนวน 302 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า ผู้ติดตามเพจห้องสมุดส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาเพศหญิง มีอายุระหว่าง 18–28 ปี ติดตามเพจห้องสมุดเป็นระยะเวลา 1–6 เดือน และเข้าชมเพจห้องสมุดน้อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ความต้องการรูปแบบการตลาดเชิงเนื้อหาโดยรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีความต้องการมากที่สุด คือ ด้านประเภทเนื้อหา โดยเฉพาะเนื้อหาที่มีลักษณะผ่อนคลายเบาสมอง ขณะที่ความผูกพันโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีความผูกพันด้านอารมณ์มากที่สุด นอกจากนี้ความต้องการรูปแบบการตลาดเชิงเนื้อหาไม่มีความสัมพันธ์กับความผูกพันของผู้ใช้บริการเพจห้องสมุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p>
บุณยนุช ดิษกุล
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-21
2026-05-21
13 1
R42
R53
10.66692/pulinet.13.1.2814
-
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้งานคลังสารสนเทศดิจิทัล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TUDC)
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2689
<p> การวิจัยครั้งนี้ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้งานคลังสารสนเทศดิจิทัล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TUDC) และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเหล่านี้ โดยใช้การบูรณาการระหว่าง ทฤษฎีความสำเร็จของระบบสารสนเทศ (IS Success Model) ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยี (TAM Model) และส่วนประสมทางการตลาด (4Ps) ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ที่จัดทำกับผู้ใช้งานระบบ TUDC จำนวน 397 คน<br /> ผลการวิจัย พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่คือ เพศหญิง อายุ 25-35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เข้าถึงระบบผ่านทางเว็บไซต์หอสมุด วัตถุประสงค์การใช้งานหลัก ได้แก่ การสืบค้นหนังสือตำราและบทความวิชาการ เพื่อศึกษาค้นคว้าและทำรายงานประกอบการเรียน โดยเข้าถึงหมวดหมู่งานวิจัยและวิทยานิพนธ์ บ่อยที่สุด ในด้านระดับความคิดเห็น พบว่าผู้ใช้มีระดับความเห็นพ้องต่อปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการใช้งานในเกณฑ์สูงมาก มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.82 ถึง 4.43 เมื่อพิจารณาผ่านการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า “การรับรู้ถึงประโยชน์ที่ได้รับ” เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรงมากที่สุดต่อการใช้งานระบบ TUDC รองลงมาคือ “การรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งาน” นอกจากนี้ ปัจจัยด้าน “คุณภาพระบบ” และ “คุณภาพการบริการ” ยังส่งผลทางอ้อมต่อการใช้งานผ่านตัวแปรโครงสร้าง TAM Model ทั้ง 2 ประการอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบข้อสังเกตว่า “คุณภาพข้อมูล” ไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับ “การรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งาน” และในทำนองเดียวกัน “การส่งเสริมการตลาด” ก็ไม่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่วัดได้ต่อพฤติกรรมการใช้งาน<br /> ผลการศึกษานี้มีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับความสำเร็จของระบบสารสนเทศและการยอมรับเทคโนโลยี คลังสารสนเทศดิจิทัลในบริบทวิชาการของแบบจำลองเชิงทฤษฎีแบบบูรณาการและนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเพื่อยกระดับการออกแบบและการบริการให้สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p>
บุษยา เฟื่องประเสริฐ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-22
2026-05-22
13 1
R54
R68
10.66692/pulinet.13.1.2689