PULINET Journal
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ
ข่ายงานห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (Provincial University Library Network)
th-TH
PULINET Journal
2351-048X
-
การสกัดข้อมูลอัตโนมัติด้วยเทคนิค Web Scraping และ AI สู่การสร้างฐานข้อมูลข่าวและเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1772
<p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบสกัดข้อมูลอัตโนมัติด้วยเทคนิค Web Scraping และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่การสร้างฐานข้อมูลข่าวและเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และประเมินประสิทธิภาพของระบบที่พัฒนาขึ้นทั้งในเชิงเทคนิคและปริมาณ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสารสนเทศของหอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กระบวนการดำเนินงานประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ (1) การรวบรวมข้อมูลด้วย Web Scraping จากแหล่งข่าวเป้าหมายทั้งระดับชาติและท้องถิ่นกว่า 15 แหล่ง (2) การใช้ AI ในการประมวลผลและจำแนกประเภทข้อมูลด้วยอัลกอริทึม Naive Bayes Classifier (3) การบูรณาการและลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และ (4) การออกแบบและจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า ระบบสามารถลดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลจาก 1–2 ชั่วโมงต่อวัน เหลือเพียง 10–15 นาทีต่อวัน ลดลงประมาณร้อยละ 85 พร้อมทั้งมีความถูกต้องในการดึงข้อมูลสูงถึงร้อยละ 97 ตรวจจับและป้องกันการบันทึกข่าวซ้ำได้ร้อยละ 98 นอกจากนี้ ระบบยังมีความแม่นยำในการจำแนกประเภทสูงถึงร้อยละ 92 พร้อมทั้งเพิ่มความครอบคลุมของแหล่งข่าวให้ครอบคลุมทั้งระดับชาติและท้องถิ่นรวมมากกว่า 15 แหล่งข่าว และลดอัตราความผิดพลาดในการประมวลผลเหลือเพียงร้อยละ 2 ระบบได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญว่ามีประสิทธิภาพดีมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.85, SD = 0.18) โดยเฉพาะในด้านความแม่นยำและความรวดเร็วในการประมวลผล ผลลัพธ์ที่ได้สร้างประโยชน์ต่อการสนับสนุนการวางแผนนโยบาย การติดตามสถานการณ์ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ในพื้นที่ พร้อมทั้งวางรากฐานฐานข้อมูลที่เชื่อถือได้ ซึ่งสามารถต่อยอดเพื่อการใช้งานในอนาคตอย่างยั่งยืน</p>
มัรวาน จูแซ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-19
2025-12-19
12 2
189
205
-
การประเมินประสิทธิภาพของ Prompt ที่ใช้กับ Generative AI เพื่อปรับปรุงการเขียนบทคัดย่อภาษาอังกฤษ
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1299
<p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของคำสั่ง (Prompt) ที่ใช้กับ Generative AI ในการปรับปรุงคุณภาพของภาษาของบทคัดย่อภาษาอังกฤษ ใน 4 ด้าน ได้แก่ (1) ไวยากรณ์และโครงสร้างประโยค (2) ความต่อเนื่องและความสอดคล้องของเนื้อหา (3) การใช้ระดับภาษาและรูปแบบเชิงวิชาการ และ (4) ความง่ายในการอ่าน โดยคัดเลือกบทคัดย่อภาษาอังกฤษ จำนวน 20 ฉบับ ที่มีเนื้อหาด้านสังคมศาสตร์ มาแก้ไขด้วย ChatGPT รุ่น 4o ด้วยคำสั่งที่ผู้วิจัยกำหนด โดยเรียงตามลำดับคำสั่ง Prompt 1 - 4 จากนั้นนำบทคัดย่อที่ผ่านการปรับปรุงโดย ChatGPT มาให้คะแนนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ผลการวิจัย พบว่า บทคัดย่อที่ ChatGPT แก้ไข Prompt 3 และ 4 ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด (7.25 จาก 10) ซึ่งอยู่ในระดับดีมาก ที่จะนำไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพของการเขียนคัดบทย่อภาษาอังกฤษ Prompt 3 ช่วยให้ระดับของภาษาและรูปแบบการเขียนมีความเป็นวิชาการมากขึ้น ในขณะที่ Prompt 4 ช่วยให้บทคัดย่อมีความอ่านง่ายขึ้น ซึ่งหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สามารถนำ Prompt เหล่านี้ไปเป็นแนวทางให้กับนักศึกษาและบุคลากรในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาการเขียนบทคัดย่อภาษาอังกฤษของตนเองได้ ก่อนที่จะส่งมาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจผ่านบริการตรวจบทคัดย่อภาษาอังกฤษอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การใช้ AI เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาษานั้น อาจทำให้เนื้อหาที่ผู้เขียนต้องการสื่อนั้นผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิม และสูญเสียรูปแบบการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนเอง การตรวจทานเนื้อหาทั้งหมดโดยผู้เขียนเอง และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษายังคงมีความจำเป็น งานวิจัยนี้แสดงให้ว่า AI มีศักยภาพในการนำมาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพของบทคัดย่อภาษาอังกฤษ และนำมาช่วยยกระดับบริการตรวจบทคัดย่อภาษาอังกฤษของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้</p>
พิมพ์พาขวัญ ธนนพฤทธิ์ ดาร์เดน
ชนินร์พร สุโชควีระวงศ์
Benjamin Ivry
Benjamin Moore
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-21
2025-10-21
12 2
206
219
-
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับการให้บริการบอร์ดเกม
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1304
<p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการให้บริการบอร์ดเกมในสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ การดำเนินการแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การระบุปัญหา 2) การรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3) การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 4) การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา พัฒนาระบบ GPTs: CULibrary_Board Game 5) การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขระบบ และ 6) การทดลองให้ใช้งานจริงในพื้นที่บริการบอร์ดเกม ผลการวิจัย พบว่า การใช้งาน GPTs: CULibrary_Board Game สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการบอร์ดเกมในด้านความแม่นยำและความเป็นปัจจุบันของข้อมูล อีกทั้งยังช่วยในการตอบคำถาม ลดข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงบริการสำหรับผู้ใช้ ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ พบว่า ด้านที่มีความเป็นเลิศได้รับคะแนนระดับสูงสองอันดับแรก ได้แก่ ด้านการรับรู้ประโยชน์ต่อการใช้งานบริการบอร์ดเกม และด้านความง่ายในการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน ส่งผลให้สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถบริหารจัดการและลดความคลาดเคลื่อนในการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบมีค่าความแม่นยำในการตอบคำถามไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ทั้งในด้านความเที่ยงตรง ความสมบูรณ์ และความเกี่ยวข้องของเนื้อหา จะเห็นได้ว่าการประยุกต์ใช้ Generative AI ในการให้บริการบอร์ดเกมของสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี้ นอกจากจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการแล้ว ยังสนับสนุนการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล ทั้งนี้ สำนักงานวิทยทรัพยากรมีแผนขยายการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับภารกิจอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานต่อไป</p>
ธัญวรัตม์ สดคมขำ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-22
2025-10-22
12 2
220
234
-
การศึกษาการให้บริการหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีงบประมาณ 2567
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1306
<p>ศึกษาการให้บริการหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีงบประมาณ 2567 เพื่อศึกษาการให้บริการหอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีงบประมาณ 2567 เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้ไปปรับปรุง และพัฒนาหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเพื่อนำผลการศึกษาเสนอต่อผู้บริหารสำนักหอสมุด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการพัฒนาการให้บริการของหอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ผู้รับบริการต้องการให้ (1) พัฒนาด้านการจัดหาและให้บริการทรัพยากรจดหมายเหตุให้ครอบคลุม เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น (2) พัฒนาการแปลงไฟล์ทรัพยากรจดหมายเหตุ (Digital Preservation) ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลให้สมบูรณ์ครบถ้วนทุกประเภท (3) ควรจัดนิทรรศการตามปีปฏิทินการศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (4) บรรณารักษ์ควรพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการบริหารจัดการหอจดหมายเหตุอยู่เสมอ เพื่อใช้ประกอบการปฏิบัติงานและพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ (5) สำนักหอสมุดควรจัดกิจกรรมเก็บประวัติจากคำบอกเล่า (KKU Oral History) ร่วมกับชมรมผู้อาวุโสมหาวิทยาลัยขอนแก่น (6) มหาวิทยาลัยขอนแก่นควรประกาศหลักเกณฑ์การคัดเลือกและส่งมอบทรัพยากรจดหมายเหตุ เพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติและเป็นมาตรฐานเดียวกัน</p>
ประภาพร มณฑาทิพย์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-22
2025-10-22
12 2
235
246
-
การวิเคราะห์การใช้หนังสือของหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1769
<p>การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สัดส่วนเนื้อหาและศึกษาการใช้หนังสือเฉพาะสาขาวิชาที่เป็นฉบับพิมพ์ของหอสมุดวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในปีการศึกษา 2566 สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ และอัตราการใช้หนังสือเฉลี่ยต่อเล่ม การวิเคราะห์สัดส่วนเนื้อหาหนังสือฉบับพิมพ์จากระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ALIST พบว่า มีหนังสือที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทุกหลักสูตร จำนวน 21,578 เล่ม หมวดที่มีหนังสือมากที่สุด คือ หมวด W - WZ (ด้านการแพทย์และวิชาที่เกี่ยวข้อง) จำนวน 18,497 เล่ม (ร้อยละ 85.72) รองลงมา คือ หมวด QS - QZ (ด้านวิทยาศาสตร์คลินิกพื้นฐาน) จำนวน 2,827 เล่ม (ร้อยละ 13.10) และหมวด Q - QR (ด้านวิทยาศาสตร์) จำนวน 254 เล่ม (ร้อยละ 1.18) เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2544 พบว่า สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท และต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระดับปริญญาเอก สัดส่วนหนังสือต่อนักศึกษาและอาจารย์ พบว่า มีสัดส่วนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 7 หลักสูตร ยกเว้นสัดส่วนหนังสือต่ออาจารย์หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ส่วนการวิเคราะห์การใช้หนังสือ พบว่า มีการยืมหนังสือเฉพาะสาขาวิชาทั้งหมด จำนวน 68,350 ครั้ง มีการใช้เฉลี่ย 3.17 ครั้งต่อเล่ม </p>
ประภัสสร ปัญโญ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-16
2025-10-16
12 2
247
261
-
การเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมทางกายภาพในอาคารกับความเข้มของแสงสว่างใน สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1620
<p>การศึกษาครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความเข้มของแสงสว่างในอาคารกับเกณฑ์มาตรฐานของประเทศไทย และเปรียบเทียบปัจจัยสภาพแวดล้อมทางกายภาพในอาคารกับปริมาณความเข้มของแสงสว่างในสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสังเกตและเครื่องตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง (ลักซ์มิเตอร์) พื้นที่วิจัยเป็นอาคารห้องสมุดจำนวน 8 ชั้น กำหนดจำนวนจุดตรวจวัดทั้งหมด 593 จุด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและอนุมาน ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบด้วย t-test และ F-test กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ p<0.05 ผลการศึกษาพบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่มีค่าความเข้มของแสงสว่างที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานไทย อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐาน ในบางพื้นที่มีค่าต่ำกว่ามาตรฐาน เช่น ห้องประชุมใหญ่ มีค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่าง เท่ากับ 185 ลักซ์ (มาตรฐานกำหนด เท่ากับ 300 ลักซ์) สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเข้มของแสงสว่าง พบว่า พื้นผิวที่มีลวดลายซึ่งสะท้อนแสงได้ดีกว่าพื้นผิวเรียบ ตรวจวัดความสว่างสูงสุด (760 ลักซ์) ที่ผนังสีแดง ในขณะที่สีขาวให้ค่าความสว่างรองลงมา ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมแสงสว่างในอาคารตามมาตรฐานของประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่และลดการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง เช่น การเลือกใช้สีผนังที่เหมาะสมในพื้นที่ทำงาน ตรวจสอบระยะการจัดวางของหลอดไฟ และเปิดหน้าต่างรับแสงจากธรรมชาติแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากหลอดประดิษฐ์ ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายได้</p>
ธิดารัตน์ แสงสว่าง
กรรณิการ์ อุประ
บุญญาพร ข่อมขันธ์
สรรเสริญ มิตรสมาน
เพ็ญนภา ภู่กันงาม
ฌาน ปัทมะ พลยง
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-16
2025-10-16
12 2
262
272
-
การรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1725
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2) เพื่อเปรียบเทียบการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จำแนกตามสาขาวิชา ชั้นปี และประสบการณ์การเรียนรายวิชา/การฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับการรู้สารสนเทศ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่ 1 - 4 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 264 คน ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับการรู้สารสนเทศของนักศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า นักศึกษามีระดับการรู้สารสนเทศด้านการกำหนดลักษณะและขอบเขตของสารสนเทศ และด้านการใช้สารสนเทศอย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรมและกฎหมาย อยู่ในระดับสูง 2) การเปรียบเทียบการรู้สารสนเทศจำแนกตามสาขาวิชา ชั้นปี และประสบการณ์การเรียนรายวิชา/การฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับการรู้สารสนเทศ พบว่า 2.1) จำแนกตามสาขาวิชา ไม่มีความแตกต่าง 2.2) จำแนกตามชั้นปี มีระดับการรู้สารสนเทศโดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 2.3) จำแนกตามประสบการณ์ฯ มีระดับการรู้สารสนเทศโดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งผลการวิจัยในครั้งนี้ สามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาบริการของห้องสมุดเพื่อส่งเสริมทักษะการรู้สารสนเทศให้นักศึกษาได้</p>
รัชนีกร นันทิกาญจนะ
สิริลาภ วิศาล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-20
2025-10-20
12 2
273
285
-
การสร้าง MyGPT สำหรับงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ: ประสบการณ์ของสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1314
<p>การศึกษานี้กล่าวถึงการทดลองของสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาฯ ในการออกแบบ MyGPT สำหรับใช้สร้างระเบียนบรรณานุกรมหนังสือภาษาไทย วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ 1) ประเมินระดับความถูกต้องของระเบียนบรรณานุกรมหนังสือภาษาไทยที่สร้างโดย MyGPT 2) ศึกษารูปแบบความผิดพลาดที่สร้างโดย MyGPT ที่เกิดขึ้นซ้ำ 3) ศึกษาวิธีสร้างระเบียนบรรณานุกรมด้วย MyGPT ที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน วิธีการดำเนินการ คือ สร้าง MyGPT ด้วยคำสั่งที่ระบุขั้นตอนการทำงาน โครงสร้างข้อมูลที่ถูกต้อง และเขตข้อมูลที่ต้องการให้ปรากฏในระเบียนบรรณานุกรม จากนั้นทดสอบความสามารถในการสร้างระเบียนบรรณานุกรมของ MyGPT โดยใช้หนังสือภาษาไทย จำนวน 10 เล่ม เปรียบเทียบกับระเบียนบรรณานุกรมที่บรรณารักษ์สร้าง ผลการศึกษาพบว่า MyGPT ที่สร้างขึ้นยังไม่สามารถจัดทำระเบียนบรรณานุกรม<br />ที่นำไปใช้งานได้ทันทีโดยใช้รูปภาพส่วนนำและส่วนต่าง ๆ จากหนังสือ แต่เมื่อเปลี่ยนวิธีการเป็นการป้อนข้อมูลหนังสือเข้าสู่ MyGPT โดยตรงจะทำให้มีความถูกต้องมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ MyGPT ที่พัฒนาต่อไปได้หากมีการทำงานร่วมกันระหว่างบรรณารักษ์และปัญญาประดิษฐ์ ด้านความถูกต้องของข้อมูลและโครงสร้างข้อมูล พบว่า เขตข้อมูลที่มีค่าคงที่มีคะแนนด้านความถูกต้องและโครงสร้างสูงกว่าเขตข้อมูลที่มีความซับซ้อนในการลงรายการ และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมากที่สุด คือ ความไม่สอดคล้องกับตามมาตรฐาน MARC, RDA และการกำหนดเลขผู้แต่ง</p>
รัฐธีร์ ปภัสสุรีย์โชติ
อภิวัฒน์ แก้วหะวงษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-07
2025-10-07
12 2
1
17
-
การพัฒนาระบบสืบค้นและส่งไฟล์ภาคนิพนธ์อัตโนมัติ: ยกระดับการบริการดิจิทัลในห้องสมุด
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1293
<p>การพัฒนาระบบบริการสืบค้นและจัดส่งไฟล์ภาคนิพนธ์อัตโนมัติในรูปแบบออนไลน์ ห้องสมุดคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริการสืบค้นและจัดส่งไฟล์ภาคนิพนธ์ ยกระดับการเข้าถึงทรัพยากรห้องสมุดในรูปแบบดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์กลยุทธ์สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาบริการดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการ ห้องสมุดได้นำหลักการ Lean และเครื่องมือ ECRS<sup>+IT</sup> มาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน และพัฒนาระบบตามวงจร Software Development Life Cycle (SDLC) โดยเริ่มพัฒนาระบบปี 2563 ให้บริการผ่าน Google Forms ต่อมาได้พัฒนาการให้บริการผ่านระบบสืบค้นในปี 2565 และพัฒนาเป็นระบบสืบค้นและจัดส่งไฟล์อัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบในปี 2566 ส่งผลให้ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจในการใช้ระบบเพิ่มขึ้นทุกปี โดยมีผลประเมินความพึงพอใจในปี 2567 อยู่ในระดับดีมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.80) เนื่องจากผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงทรัพยากรห้องสมุดได้สะดวก รวดเร็ว ตรงกับความต้องการ ด้านห้องสมุดสามารถลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดระยะเวลา และลดความผิดพลาดในการส่งข้อมูลภาคนิพนธ์ ทั้งนี้ ห้องสมุดมีการทบทวนและพัฒนาระบบให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการต่อไป</p>
จิตราภรณ์ ชัยมณี
ทิพวรรณ สุขรวย
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-09
2025-10-09
12 2
18
32
-
การพัฒนาฐานข้อมูลวัตถุ 3 มิติ เพื่อยกระดับการแสดงผลข้อมูลคลังสารสนเทศ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1322
<p>สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พัฒนาคลังสารสนเทศ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ประเพณี และวัสดุหายาก ถือเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นคอลเล็กชันเฉพาะ บางส่วนมีการจัดแสดงให้ผู้ใช้บริการได้เยี่ยมชม ขณะที่บางชิ้นถูกเก็บรักษาภายใต้การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่าง ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและขยายการเข้าถึงข้อมูล จึงพัฒนาตัวต้นแบบคลังจัดเก็บข้อมูลสามมิติ ทำงานร่วมกับเครื่องมือสแกนวัตถุสามมิติในการจัดเก็บข้อมูลของวัสดุหายากอย่างสมจริง และมีการจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดของวัตถุด้วยมาตรฐาน Metadata VRA Core ที่เหมาะสมในการจัดเก็บข้อมูลวัตถุสามมิติ</p> <p>ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างวัตถุสามมิติด้วยเครื่องสแกนสามมิติ สามารถบันทึกและแปลงข้อมูลวัสดุหายากในรูปแบบสามมิติที่มีรายละเอียดและสีใกล้เคียงของจริง หลังจากนั้นดำเนินการนำข้อมูลเข้าสู่ตัวต้นแบบคลังจัดเก็บข้อมูล บันทึกไฟล์ข้อมูล พร้อมทั้งรายละเอียดของวัตถุ จากการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานของระบบ พบว่า ผู้ทดสอบระบบ มีความพึงพอใจร้อยละ 85.83 เนื่องจากระบบสามารถเผยแพร่ไฟล์แสดงผลในเว็บไซต์อื่นได้ ไม่ต้องติดตั้งเครื่องมือเสริม อย่างไรก็ตามระบบยังมีข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์ที่ใหญ่ ทำให้ใช้เวลานานในการแสดงผลบoเว็บไซต์ จึงทำการแก้ไขโดยลดขนาดไฟล์สำหรับการแสดงผล เพื่อเพิ่มความเร็วในการแสดงผลได้ดีมากยิ่งขึ้น ขณะที่ยังคงจัดเก็บไฟล์ต้นฉบับที่มีความละเอียดสูงไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง สามารถนำไปต่อยอด ใช้งานด้านกราฟิก การประชาสัมพันธ์ และปรับแต่งวัตถุที่ชำรุดให้สมบูรณ์ได้ผ่านโปรแกรมแก้ไขวัตถุสามมิติ</p>
ปิยะบุตร ปัญญาดี
ณัฎฐวี เมธีสุวภาพ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-14
2025-10-14
12 2
33
49
-
การพัฒนาระบบบริการจองห้อง Mini Production House ด้วย Google AppSheet สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1450
<p>บริการจองห้อง Mini Production House ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประสบปัญหาเกี่ยวกับการจองห้องทับซ้อนกัน ผู้พัฒนาจึงได้พัฒนาระบบบริการจองห้อง Mini Production House โดยใช้ Google AppSheet เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและลดขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มจองห้องประชุมของผู้ใช้บริการ โดยได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีวงจรพัฒนาระบบงาน (System Development Life Cycle: SDLC) ในการพัฒนาระบบจองห้อง Mini Production House ซึ่งมีขั้นตอนการพัฒนา ประกอบด้วย การกำหนดปัญหา การวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนา การทดสอบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษา เมื่อนำระบบบริการจองห้อง Mini Production House มาใช้งานแล้ว ทำให้สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยผู้ให้บริการสามารถให้บริการได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตรวจสอบยืนยันข้อมูลการตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนเข้าใช้ของผู้ใช้ได้รวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากระบบมีความสะดวก มีระบบการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ โดยมีการเชื่อมระบบให้มีแจ้งเตือนผ่านไลน์กลุ่ม ทำให้ทรัพยากรของหน่วยงานมีความปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสูญหาย สร้างภาพลักษณ์ที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ อีกทั้ง ยังลดปัญหาการจองห้องซ้ำซ้อน และลดขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มจองห้องประชุมได้อีกด้วย จากการประเมินความพึงพอใจผู้ใช้บริการ พบว่า ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.28 คิดเป็นร้อยละ 85.61)</p>
ณัฐอร เลี้ยวประเสริฐ
ยุพา ดวงพิมพ์
ปิติพงศ์ พิมพา
อัคริมา สุ่มมาตย์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-15
2025-10-15
12 2
50
67
-
การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อการบริการพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์อัตโนมัติ ด้วย IoT ผ่าน Home Assistant บนเครือข่ายท้องถิ่น
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1339
<p>การให้บริการพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์ของสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยนครพนม ได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ประสบปัญหาด้านผู้ให้บริการมีจำนวนจำกัด พื้นที่บริการกระจายตามชั้นต่าง ๆ และระบบจองพื้นที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นแนวคิดในการพัฒนาระบบ โดยมีวัตถุประสงค์ 1) พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมอุปกรณ์ IoT ผ่าน Home Assistant บนเครือข่ายท้องถิ่น 2) บูรณาการระบบใหม่กับระบบจองพื้นที่เดิมให้ทำงานร่วมกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งประยุกต์ใช้วงจรพัฒนาระบบ SDLC ร่วมกับหลักการ Agile โดยใช้ Django Framework ในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมอุปกรณ์ Sonoff และยืนยันตัวตนด้วย LINE LIFF ผลการพัฒนา พบว่า ระบบใหม่สามารถบูรณาการกับระบบจองพื้นที่เดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืนยันตัวตนได้แม่นยำ ตอบสนองคำสั่งควบคุมภายใน 1-2 วินาที นอกจากนี้ ระบบยังแก้ปัญหาการใช้งานเกินเวลาด้วยการควบคุมการเข้า-ออกตามเวลาจองและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อครบกำหนดอัตโนมัติ ช่วยลดภาระการดูแลพื้นที่ของผู้ให้บริการ โดยมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ที่ 4.52</p>
สุรนารถ สุพรรณ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-16
2025-10-16
12 2
68
83
-
การปรับปรุงกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบบูรณาการ
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1540
<p>การปรับปรุงกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบบูรณาการของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยระบบ TULIB-HR เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการดำเนินงาน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงานและบุคลากรหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยการประยุกต์ใช้แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับนวัตกรรมกระบวนการและกระบวนการคิดเชิงออกแบบมาวิเคราะห์ ระบุแนวทางการพัฒนา และพัฒนาระบบให้สามารถขจัดปัญหาและลดความยุ่งยากที่เกิดขึ้นได้</p> <p>ผลการดำเนินงาน พบว่า ระบบสามารถลดขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดการอบรมภายในจาก 7 ขั้นตอน เป็น 3 ขั้นตอน ลดระยะเวลาการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 92.50 และลดขั้นตอนการปฏิบัติงานในการส่งข้อมูลอบรมจากภายนอกจาก 3 ขั้นตอน เป็น 1 ขั้นตอน ลดระยะเวลาการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 83.33 ทั้งนี้ จากการสำรวจความพึงพอใจของบุคลากรหอสมุดฯ จำนวน 114 คน พบว่า มีความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.58)</p>
ศตพล เกิดอยู่
อัญณิฐา ดิษฐานนท์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-21
2025-10-21
12 2
84
98
-
การพัฒนาระบบเชื่อมโยงปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้บริการข้อมูลเฉพาะทางแบบอัตโนมัติ
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1432
<p>การพัฒนาระบบเชื่อมโยงปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์เพื่อให้บริการข้อมูลเฉพาะทางแบบอัตโนมัติเป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ที่มีให้บริการทั่วไปในระบบออนไลน์ มาเชื่อมโยงกับฐานความรู้ที่กำหนด และแพลตฟอร์มส่งข้อความ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบริการให้ข้อมูลเฉพาะทางแบบอัตโนมัติสำหรับแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้บริการตอบคำถาม นอกจากนั้น ยังช่วยลดระยะเวลาในการรอคอยของผู้ใช้บริการด้วยการให้บริการตอบคำถามเฉพาะทางแบบทันที (Real-Time) และอัตโนมัติ ระบบถูกพัฒนาขึ้นตามกระบวนการพัฒนาระบบแบบอไจล์ (Agile) ใช้ภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) ในการพัฒนาภายใต้การทำงานของ Node.js และใช้ไลบรารี OpenAI เพื่อเรียกใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ในการเรียนรู้ด้วยภาษาธรรมชาติ เพื่อให้รองรับการใช้งานหลากหลายภาษา ระบบสามารถติดต่อกับผู้ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มส่งข้อความไลน์ (LINE) และกระดานสนทนาที่พัฒนาขึ้นมาเองได้ จากการประเมินความพึงพอใจของผู้ให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ จำนวน 11 คน มีความพึงพอใจในการใช้บริการเฉลี่ยที่ 4.20 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 84 และมีผู้ใช้งานแบบสาธารณะ จำนวน 61 คน ประเมินความถูกต้องของระบบในรูปแบบการประเมิน 3 ระดับ (Tri-Level Rubric) ตามชุดของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของระบบ (Sample Space) เฉลี่ยที่ 2.508 คะแนน จากคะแนนเต็ม 3 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.61</p>
ปราชญ์ สงวนศักดิ์
ชัณษา สีแดง
ปิยะบุตร ปัญญาดี
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-21
2025-10-21
12 2
99
111
-
การสื่อสารของผู้บริหารผ่านสื่อบุคคล เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจทิศทางองค์กร และการมีส่วนร่วมของบุคลากร ผ่านคลิปวิดีโอสั้น KULib Mini Talk
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1362
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่าน KULib Mini Talk คลิปสั้นที่เน้นแนวคิด “1 Message for ALL” เพื่อสื่อสารทิศทางองค์กรจากผู้บริหารระดับสูงถึงบุคลากร เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของบุคลากร ช่วยลดข้อจำกัดของการรับสารคลาดเคลื่อนของบุคลากรที่เกิดจากการสื่อสารหลายลำดับขั้น กระบวนการดำเนินงานแบ่งเป็น 6 ขั้นตอน โดยขั้นตอนสำคัญ คือ การจัดเตรียมสคริปต์ตามหลัก 5W+1H และใช้ Visual Aid สื่อสารเนื้อหาให้เข้าใจง่าย ผลการดำเนินงานพบว่าคลิปสั้นสามารถสรุปข้อมูลที่ซับซ้อนและปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้บริหารระดับกลางถ่ายทอดประเด็นสำคัญไปยังผู้ปฏิบัติงานได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน นำไปสู่ความเข้าใจตรงกันและการปฏิบัติงานที่สอดคล้องทั้งองค์กร มีการผลิตคลิปสั้นทั้งหมด 16 คลิป และผลการประเมินความพึงพอใจที่เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 11–23 กันยายน 2567 พบว่าร้อยละ 68 ของบุคลากร เคยรับรู้ข่าวสารผ่านทางคลิปสั้น และมีความพึงพอใจในระดับดี (ร้อยละ 85.2) โดยร้อยละ 86.8 เห็นว่าเนื้อหามีประโยชน์ และร้อยละ 86.2 เห็นว่าเนื้อหาชัดเจนและครอบคลุม</p>
สุภัทรา นวชินกุล
พงศธร ช้างโรจน์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-17
2025-10-17
12 2
112
125
-
การจัดกิจกรรมแมวบำบัดในห้องสมุดตามแนวคิด Library of Life
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1399
<p> สภาพสังคมในปัจจุบันมีความเร่งรีบและกดดันสูง ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา ซึ่งมีอัตราความเครียดสูงกว่าในประชากรทั่วไป หนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพจิตที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับ คือ การใช้สัตว์เลี้ยงบำบัด (Pet Therapy) ดังนั้นหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงมีแนวคิดในการนำแมวมาช่วยบำบัดผู้ใช้บริการผ่านการจัดกิจกรรม เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และช่วยปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้น พร้อมกับกระตุ้นการใช้ทรัพยากรฯ และบริการของหอสมุดฯ จากผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 พบว่า การพัฒนารูปแบบการบำบัดความเครียดด้วยสัตว์เลี้ยงในบริบทของห้องสมุดมีขั้นตอนดำเนินงานหลัก 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การกำหนดกรอบแนวคิดในการบำบัดความเครียดด้วยสัตว์เลี้ยง 2) การพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูล 3) การจัดเก็บข้อมูล และ 4) การวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปรายผล พบว่า ผู้ใช้บริการที่รับรู้การให้บริการแมวบำบัดของหอสมุดฯ มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 97.58 กิจกรรมแมวบำบัดทั้ง 3 กิจกรรมที่หอสมุดฯ จัด มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ที่ร้อยละ 92.36 ผลการประเมินความพึงพอใจด้านกิจกรรมช่วยสร้างความผ่อนคลาย อยู่ในระดับมากที่สุด (ร้อยละ 94.50) และผู้ใช้บริการต้องการเข้าร่วมกิจกรรมอีกในครั้งต่อไป ร้อยละ 100 นอกจากนี้ การตอบรับจากผู้ใช้บริการจากทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์และผู้ใช้บริการที่เข้ามาใช้พื้นที่หอสมุดฯ มีความรู้สึกทางบวกและมีทิศทางไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เห็นว่าการนำแมวบำบัดมาประยุกต์กับจัดกิจกรรมของหอสมุดฯ นั้นสามารถลดความเครียดและสร้างสุขภาพจิตที่ดีแก่ผู้ใช้บริการ เสริมสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ใช้บริการกับบรรณารักษ์ อีกทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมด้วยได้</p>
สิรินยา สุวรรณปักษ์
ปทุมทิพย์ ลิ้มพงศานุรักษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-16
2025-10-16
12 2
126
143
-
การพัฒนา Line Beacon ด้วย ESP32 เพื่อการสื่อสารเชิงรุกและการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการ
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1398
<p>วัตถุประสงค์ของการพัฒนาครั้งนี้คือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Line Beacon เพื่อการสื่อสารเชิงรุกและการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการภายในหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การพัฒนาระบบแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ (1) ศึกษาแนวทางการพัฒนาและสร้างต้นแบบ โดยใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 และพัฒนาเพื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Line ด้วยภาษา C++, TypeScript และ Python ร่วมกับการจัดเก็บข้อมูลผ่านฐานข้อมูล MongoDB และ MySQL (2) พัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้แก่ การเก็บข้อมูลผู้เข้าใช้บริการ และการส่งข้อมูลแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้เข้าสู่รัศมีของอุปกรณ์ เช่น การแนะนำหนังสือใหม่ การแจ้งเตือนหนังสือจอง หนังสือยืมข้ามวิทยาเขต หนังสือใกล้ถึงกำหนดคืน บริการแมวบำบัด การยืนยันการใช้งานห้องประชุม และการแจ้งเหตุฉุกเฉิน (3) ประเมินการรับรู้และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการต่อระบบ พบว่า ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจต่อระบบโดยรวมในระดับสูง (ร้อยละ 95.45) และมีแนวโน้มต้องการรับข้อมูลข่าวสารผ่าน Line Beacon อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อออกแบบบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
ขนิษฐา แก้วมะลัง
ธรรมรัตน์ ผันผาย
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-22
2025-10-22
12 2
144
159
-
สื่อความห่วงใย...ผ่านถุงใส่ยา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1453
<p><strong> </strong>คณะทำงานบรรณสารสีเขียว ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้ดำเนิน <strong>“โครงการสื่อความห่วงใย...ผ่านถุงใส่ยา”</strong> มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ โดยรวบรวมวัสดุจากกระดาษห่อบรรจุกระดาษถ่ายเอกสารและซองเอกสารที่ใช้แล้วมาพับถุงใส่ยา พร้อมวาดภาพ ระบายสี และเขียนข้อความ 2. เพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งต่อกำลังใจ สื่อความห่วงใยให้กับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของมหาวิทยาลัยและสถานพยาบาลโดยรอบ ผลการประเมินความพึงพอใจในภาพรวมของหน่วยงานที่เข้าร่วมการจัดกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด (ร้อยละ 85) สถานพยาบาลที่ได้รับถุงใส่ยาในโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด (ร้อยละ 83.3) และผู้รับบริการจากสถานพยาบาล อยู่ในระดับมากที่สุด (ร้อยละ 97.6) โดยได้รับคำชื่นชมจากผู้ประเมินว่า เป็นกิจกรรมที่ดี มีประโยชน์ อยากให้จัดกิจกรรมบ่อย ๆ มีข้อแนะนำเพื่อนำมาปรับปรุงในเรื่องการเพิ่มปริมาณถุงใส่ยาให้มากขึ้น ขนาดถุงเล็กไปใส่ยาไม่หมด ซึ่งกิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัย 3. เป็นการสร้างจิตสำนึก ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม พร้อมทั้ง 4. สร้างเครือข่าย ความร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ</p>
คณะทำงานบรรณสารสีเขียว
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-20
2025-10-20
12 2
160
175
-
MFU Places: การประยุกต์ใช้ Google Maps บอกเล่าเรื่องราว สถานที่สำคัญของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/1865
<p> MFU Places มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาคารสถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และนำเสนอข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบแผนที่ดิจิทัลผ่าน Google Maps โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ การศึกษาครอบคลุมอาคารที่สำคัญ 30 สถานที่ ข้อมูลที่รวบรวมประกอบด้วยประวัติ การก่อสร้าง และเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาคารแต่ละหลัง เริ่มจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลด้านกายภาพของมหาวิทยาลัย และนำข้อมูลที่ได้มานำเสนอในรูปแบบของเว็บไซต์ จากนั้นจึงนำข้อมูลมาสร้างแผนที่ดิจิทัล เพิ่มสถานที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลที่ปักหมุดบน Google Maps เข้ากับเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาคารแต่ละแห่ง <br /> การสร้างแผนที่ MFU Places สามารถนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอาคารและสถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างครอบคลุมและเข้าใจง่าย ผู้ใช้งานสามารถสำรวจและเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถใช้แผนที่นี้เป็นเครื่องมือในการนำทางภายในมหาวิทยาลัย และใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ได้ โครงการนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นในอนาคต มีแผนขยายฐานข้อมูลให้ครอบคลุมอาคารทั้งหมดในมหาวิทยาลัย และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบสารสนเทศอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบวงจร</p>
พิชญา สาจันทร์
ตรีสลา ฟูแว่น
อมรรัตน์ นุกูล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 PULINET Journal
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-10-16
2025-10-16
12 2
176
188