https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/issue/feed
PULINET Journal
2026-07-03T09:25:38+07:00
ผศ.ดร.สมพร ช่วยอารีย์
pulinetjournal@gmail.com
Open Journal Systems
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2702
การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการใช้ระบบยืนยันตัวตนแบบ Proxy และแบบ SAML การนำไปใช้จริงในบริบทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2026-04-07T10:53:15+07:00
จันทร์งาม ชูตระกูล
junngam.c@car.chula.ac.th
ปิยธิดา ห่อประทุม
piyathida.h@car.chula.ac.th
<p class="Default" style="margin-top: 6.0pt; text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: .5in;"><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบประสบการณ์การใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบ </span><span style="font-size: 14.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">Proxy <span lang="TH">ด้วยระบบ</span> EZproxy <span lang="TH">และแบบ </span>SAML<span lang="TH"> ด้วยระบบ </span>OpenAthens <span lang="TH">ในบริบทการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการเข้าถึงของผู้ใช้จากทั้งสองระบบ โดยแบ่งช่วงเวลาเป็นสองระยะ ได้แก่ ช่วง 3 เดือนก่อนการนำระบบ </span>OpenAthens <span lang="TH">มาใช้ (พ</span>.<span lang="TH">ค</span>. <span lang="TH">– ก</span>.<span lang="TH">ค</span>.<span lang="TH"> 68) และช่วงหลังการนำระบบ </span>OpenAthens <span lang="TH">มาใช้งาน (ส</span>.<span lang="TH">ค</span>. <span lang="TH">– ต</span>.<span lang="TH">ค</span>.<span lang="TH"> 68) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ โดยอาศัยสถิติเชิงพรรณนาเพื่อการวิเคราะห์ผู้ใช้ และการวิเคราะห์การเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ ผลการวิจัยพบว่า จำนวนผู้ใช้งานผ่านระบบ </span>EZproxy <span lang="TH">ลดลงอย่างต่อเนื่องหลังการนำระบบ </span>OpenAthens <span lang="TH">มาใช้งาน ในขณะที่จำนวนผู้ใช้งานผ่านระบบ </span>OpenAthens <span lang="TH">เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามแพลตฟอร์มฐานข้อมูล พบว่าการเข้าถึงผ่าน </span>EZproxy <span lang="TH">ลดลงในทุกแพลตฟอร์ม ในขณะที่การเข้าถึงผ่าน </span>OpenAthens <span lang="TH">มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยแพลตฟอร์มที่มีการเข้าถึงสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ </span>Elsevier, SpringerNature Link <span lang="TH">และ </span>Wiley Online Library <span lang="TH">สะท้อนให้เห็นว่าระบบ </span>SAML <span lang="TH">มีศักยภาพในการรองรับการเข้าถึงที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ในระดับสถาบันอุดมศึกษา</span></span></p>
2026-07-03T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2802
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของบุคลากรห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย: แนวทางพัฒนาเชิงกลยุทธ์
2026-05-13T16:25:08+07:00
นัชฐภรณ์ อ่อนแก้ว
nattapor@tu.ac.th
ชัยสิทธิ์ อังคะปัญญาเดช
nattapor@tu.ac.th
<p>งานวิจัยนี้ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของบุคลากรห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ผู้วิจัยใช้กรอบแนวคิดด้านเทคโนโลยี องค์กรและสภาพแวดล้อมของ Tornatzky & Fleischer (1990) ร่วมกับแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยีของ Davis (1989) และปัจจัยด้านทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการศึกษา เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 151 คน นำข้อมูลมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และสมการถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อปัจจัยการรับรู้ประโยชน์และปัจจัยการรับรู้ความง่ายในการใช้งาน ในขณะที่ปัจจัยตามกรอบแนวคิดด้านเทคโนโลยี องค์กรและสภาพแวดล้อม พบว่า บริบทสภาพแวดล้อมอิทธิพลเชิงบวกต่อปัจจัยการรับรู้ประโยชน์ของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และบริบทเทคโนโลยีส่งผลเชิงบวกต่อปัจจัยการรับรู้ความง่ายในการใช้งานเท่านั้น ในขณะที่ปัจจัยตามแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี ยืนยันว่าปัจจัยการรับรู้ประโยชน์และปัจจัยการรับรู้ความง่ายในการใช้งานมีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ผลการวิจัยสามารถเสนอแนวทางพัฒนาเชิงกลยุทธ์สำหรับห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ การออกแบบแผนพัฒนาความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การกำหนดนโยบายและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการบูรณาการเทคโนโลยี และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน</p>
2026-07-03T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/PJ/article/view/2706
การประเมินผลการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่ Maker Space ตามแนวคิด Life Space หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2026-05-07T09:17:31+07:00
พิษณุ ใจกล้า
phitnu@tu.ac.th
แก้ววราภรณ์ กรแก้ว
kaewwarp@tu.ac.th
ปทุมทิพย์ ลิ้มพงศานุรักษ์
pathum@tu.ac.th
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่ Maker Space ตามแนวคิด Life Space ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructionism) และทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning) การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัย แบบผสมผสาน (Mixed Methods) ผ่านการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 4 กิจกรรม ครอบคลุมพื้นที่ Life Space ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ พื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-Working Space) พื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Space) และพื้นที่แสดงความสามารถ (Performative Space) กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 48 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และการบันทึกภาพกิจกรรม ผลการประเมิน พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมในภาพรวมที่ระดับมากที่สุด ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้และทักษะใหม่ สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ และมีความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินยังสะท้อนประเด็นที่ควรปรับปรุง ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ การเข้าถึงพื้นที่ และสภาพแวดล้อมบางประการของพื้นที่ Maker Space ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ตามแนวคิด Life Space สามารถสนับสนุนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ พัฒนาทักษะอนาคต และยกระดับบทบาทหอสมุดมหาวิทยาลัยในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการประเมินที่ได้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่ Maker Space ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต</p>
2026-07-03T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 PULINET Journal