การมีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมตามหลักศีล 5 ของประชาชน อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การป้องกันอาชญากรรม, หลักศีล 5, การมีส่วนร่วมของประชาชน, อำเภอแก้งสนามนางบทคัดย่อ
บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาอาชญากรรมของประชาชนอำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักศีล 5 กับการมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาอาชญากรรมของประชาชน 3) เพื่อนำเสนอ การมีส่วนร่วมใน การป้องกันอาชญากรรมตามหลักศีล 5 ของประชาชนอำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมาการวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.95 กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 380 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 12 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1) ระดับการมีส่วนร่วมใน การป้องกันอาชญากรรมตามหลักศีล 5 ของประชาชน อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.10 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน
2) หลักศีล 5 ทุกข้อมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาอาชญากรรมอยู่นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยเฉพาะการยึดถือศีลข้อ 1 (เว้นจากการฆ่าและทำร้ายร่างกาย) และศีลข้อ 2 (เว้นจากการลักทรัพย์) ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) อยู่ที่ 0.52 และ 0.48 ตามลำดับ
3) การประยุกต์ใช้หลักศีล 5 ร่วมกับหลักสังคหวัตถุ 4 ของ การมีส่วนร่วมใน การป้องกันอาชญากรรม ของประชาชน อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา ทาน การให้ การแบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งด้านวัตถุ ความรู้ และกำลังใจ ปิยวาจา การพูดจาไพเราะ สุภาพ จริงใจ และสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความรักใคร่ปรองดอง อัตถจริยา การประพฤติปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการลงมือทำ สมานัตตตา การวางตนเสมอภาค ไม่ถือตัว เคารพและปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม
เอกสารอ้างอิง
ถวิลวดี บุรีกุล. (2551). การมีส่วนร่วม: แนวคิด ทฤษฎีและกระบวนการ. เอกสารประกอบการศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา. สถาบันพระปกเกล้า.
ทวีศักดิ์ ทองทิพย์ และคณะ. (2546). รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษารูปแบบการจัดระเบียบสังคมตามแนวพุทธศาสตร์. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ปกรณ์ มณีปกรณ์. (2555). ทฤษฎีอาชญาวิทยา. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เวิลด์เทรด ประเทศไทย.
พระชัยพิพัฒน์ โชติโก (แสนทะวงษ์). (2555). การปฏิบัติธรรมตามหลักศีลห้าของผู้นําครัวเรือนในชุมชน ตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี]. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
พระมหาสำรวย ญาณสํวโร (พินดอน). (2542). การศึกษาเรื่องผลกระทบจากการล่วงละเมิดศีลข้อที่ 5 ที่มีต่อสังคมไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิไลพร อุ่นเจ้าบ้าน. (2554). ศึกษาพฤติกรรมการนำศีล 5 ไปใช้ในชีวิตประจำวันของผู้บริหารและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลใน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). เดอะประชากร. [ออนไลน์]. https://www.theprachakorn.com/newsDetail.php?id=257
สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร. (2568). สถิติประชากร อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา. [ออนไลน์]. https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statyear/#/TableTemplate5/ Area/statpop?
สิริรัตน์ บำรุงกรณ์. (2552). อาชญาวิทยาทัณฑวิทยาและเหยื่อวิทยา. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
อมร อำไพรุ่งเรือง. (2554). การศึกษาพฤติกรรมการรักษาและการละเมิดศีล 5 ของพุทธศาสนิกชน กรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร


