วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JIRFLAS <p><strong><img src="https://so14.tci-thaijo.org/public/site/images/editorialteam_npu/mceclip0.png" width="700" height="142" /></strong><br /><br /></p> <p> </p> <article class="text-token-text-primary w-full focus:outline-none scroll-mt-[calc(var(--header-height)+min(200px,max(70px,20svh)))]" dir="auto" tabindex="-1" data-turn-id="request-WEB:5610f336-c77a-49e6-ab83-ea2c7f1f6bdc-18" data-testid="conversation-turn-38" data-scroll-anchor="true" data-turn="assistant"> <div class="text-base my-auto mx-auto pb-10 [--thread-content-margin:--spacing(4)] @[37rem]:[--thread-content-margin:--spacing(6)] @[72rem]:[--thread-content-margin:--spacing(16)] px-(--thread-content-margin)"> <div class="[--thread-content-max-width:32rem] @[34rem]:[--thread-content-max-width:40rem] @[64rem]:[--thread-content-max-width:48rem] mx-auto max-w-(--thread-content-max-width) flex-1 group/turn-messages focus-visible:outline-hidden relative flex w-full min-w-0 flex-col agent-turn" tabindex="-1"> <div class="flex min-h-[46px] justify-start"> <p><strong>วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (</strong><strong>Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society; JPAIS)</strong> ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำเสนอผลงานวิชาการที่มีคุณภาพและผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างรอบคอบ วารสารมุ่งสร้างพื้นที่ทางวิชาการสำหรับนักวิจัย อาจารย์ และผู้สนใจทั่วไปในการเผยแพร่แนวคิด ข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม</p> <p>เนื้อหาของวารสารครอบคลุมบทความวิจัยและบทความวิชาการที่เขียนเป็นภาษาไทย ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ การบริหารการศึกษา นิติศาสตร์ การจัดการชุมชน ตลอดจนสหวิทยาการทางสังคมศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลงานที่ตีพิมพ์ต้องมีคุณภาพทางวิชาการ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง</p> <p>คณะบรรณาธิการให้ความสำคัญกับมาตรฐานวิชาการ ความถูกต้องของข้อมูล และความน่าเชื่อถือของผลงาน เพื่อให้วารสารเป็นแหล่งอ้างอิงที่สำคัญสำหรับการศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาความรู้ในสังคมศาสตร์อย่างรอบด้าน<br /><br /></p> <p><strong>ข้อมูลวารสาร</strong></p> <p>ชื่อเต็ม: วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม<br />ชื่อย่อ: JPAIS<br />ISSN: 3088-2265 (Online)<br />เริ่มตีพิมพ์: พ.ศ. 2568<br />ภาษาที่เปิดรับ: ภาษาไทย<br /><br /></p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาและข้อกำหนดการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์</strong></p> <p>บทความแต่ละบทความจะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองบทความวารสาร 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ โดยการพิจารณาบทความจะมีรูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อ หรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้เขียนบทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความ (Double-blind Peer Review) เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์</p> </div> </div> </div> </article> หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนครพนม th-TH วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม 3088-2265 <p>1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ</p> <p>2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม (Journal of Public Administration and Interdisciplinary Studies for Society) ก่อนเท่านั้น</p> การจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านจิตสาธารณะของ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษา วัดโพธาราม จังหวัดนครสวรรค์ https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JIRFLAS/article/view/2019 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) จัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษา วัดโพธาราม จังหวัดนครสวรรค์ และ 2) ประเมินผลการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษา วัดโพธาราม จังหวัดนครสวรรค์ เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยกลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษาวัดโพธาราม จำนวน 12 รูป โดยเครื่องมือใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบประเมินจิตสาธารณะ 2) โปรแกรมพัฒนาจิตสาธารณะทั้งหมด 12 กิจกรรม โดยแต่ละกิจกรรมนั้นมีการตอบคำถาม ใบงานเพื่อวัดประเมินความรู้ ผลการวิจัย พบว่า 1) การบูรณาการเข้าร่วมกันเป็นการนำจิตสาธารณะเข้ามาเพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นั้นได้รับรู้ รับทราบในหลักหรือแนวคิดจิตสาธารณะเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นการสังเกตใช้วิดิโอในการบรรยายเนื้อหาในเรื่องจิตสาธารณะโดยโปรแกรมพัฒนาจิตสาธารณะ มีทั้งหมด 12 กิจกรรม มีดังนี้คือ (1) เรื่อง รอบ ๆ ตัวฉัน (2) เรื่องปัญหานี้แหละ ใช่เลย (3) ช่วยกันดูแล (4) ยึดมั่นในหน้าที่ (5) สิทธิของฉันและเธอ (6) หัวใจอาสา (7) สิ่งที่ได้เรียนรู้ (8) คุณค่าที่สอดคล้อง (9) สัญญาใจ (10) ส่งต่อความรัก (11) ภารกิจแห่งรักและรับใช้ และ (12) สานต่อความดี และ 2) หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนด้านจิตสาธารณะของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นักเรียนมี ความรู้ ความเข้าใจในจิตสาธารณะมากขึ้นและสามารถนำหลักจิตสาธารณะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้</p> สามเณรธนพนธ์ เพ็ชรกระต่าย พาณินี สาสนันท์ ธนากร จันทร์นาม สมภพ ฤกษ์ดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-01 2026-01-01 2 1 e2019 e2019 สิทธิชุมชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบล พันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักสัมมัปปธาน 4 https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JIRFLAS/article/view/1889 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสิทธิชุมชนจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัมมัปปธาน 4 และสิทธิชุมชนกับการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย และ 3) เพื่อเสนอแนวทางในการส่งเสริมสิทธิชุมชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ตามหลักสัมมัปปธาน 4 เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย จำนวน 298 คน โดยใช้แบบสอบถามมีความเชื่อมั่นค่าความเชื่อมั่น 0.988 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 18 รูป/คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา พบว่า ระดับสิทธิชุมชนจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ตามหลักสัมมัปปธาน 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 3.61, S.D. = 0.82 และระดับสิทธิชุมชนจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย ตามสิทธิชุมชนตามตามมาตรา 43 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 3.90, S.D. = 0.91 ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสัมมัปปธาน 4 และสิทธิชุมชนกับการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูงมาก (r=0.905**) แนวทางในการส่งเสริมสิทธิชุมชนในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากบ่อฝังกลบขยะตามหลักสัมมัปปธาน 4 พบว่า 1) เสริมสร้างกลไกการมีส่วนร่วม โดยตั้งคณะกรรมการชุมชนด้านสิ่งแวดล้อมและเปิดช่องทางร้องเรียนที่โปร่งใส 2) สร้างความรู้และความตระหนักด้านการคัดแยกขยะ ส่งเสริมระบบธนาคารขยะและการรีไซเคิลในชุมชน 3) สนับสนุนจากภาครัฐและท้องถิ่นผ่านโครงการจัดการขยะ เช่น การทำปุ๋ยหมักและการผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) พร้อมจัดสรรงบประมาณและเทคโนโลยี และ4) พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาครัฐ สถานศึกษา ศาสนสถาน และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบจัดการขยะที่เข้มแข็งและยั่งยืน</p> งาม แสนมุข สยาม ดำปรีดา อัครเดช พรหมกัลป์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-01 2026-01-01 2 1 e1889 e1889 ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการจัดการหลักสูตรการประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JIRFLAS/article/view/2174 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการจัดการหลักสูตรการประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริหารกับการจัดการหลักสูตร และ 3) วิเคราะห์ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการจัดการหลักสูตรดังกล่าว การวิจัยเป็นแบบเชิงปริมาณ กรอบแนวคิดการวิจัยใช้แนวคิด ทฤษฎีของ Systems Approach และ Constructivism ประชากรที่ศึกษาได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 3,537 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยตารางของ Krejcie &amp; Morgan ได้จำนวน 359 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาระดับการจัดการหลักสูตรการประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.14, S.D.=0.45) 2) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการบริหารกับการจัดการหลักสูตร พบว่า ปัจจัยการบริหารทั้ง 6 ด้านมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการจัดการหลักสูตรการประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พ.ศ.2568 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) อยู่ระหว่าง 0.160-0.228 และปัจจัยการบริหารทั้ง 6 ด้านมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการจัดการหลักสูตรการประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พ.ศ.2568 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (r = .228, p&lt;.01) และ 3) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการบริหารที่ส่งผลต่อการจัดการหลักสูตรการประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พ.ศ.2568 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า ปัจจัยการบริหารทั้ง 6 แปร ร่วมกันสามารถอธิบายความผันแปรการจัดการหลักสูตรการประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พ.ศ.2568 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ร้อยละ 22.9 สามารถนำมาเขียนสมการได้ดังนี้</p> <p>สมการความถดถอยเชิงพหุแบบคะแนนดิบ</p> <p><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\hat{Y}" alt="equation" /> = 1.20+0.120(X1)+0.135(X2)+0.110(X3)+0.140(X4)+0.095(X5)+0.180(X6)</p> <p>สมการความถดถอยเชิงพหุแบบคะแนนมาตรฐาน</p> <p><img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\hat{Z}" alt="equation" /> = 0.150(X1​​)+0.160(X2​​)+0.130(X3​​)+0.170(X4​​)+0.115(X5​​)+0.210(X6​​)</p> วัชรภัทร เตชะวัฒนศิริดำรง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-01 2026-01-01 2 1 e2174 e2174 สิทธิในการแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และรูปลักษณ์ของนักกีฬาระดับอุดมศึกษา: มุมมองที่น่าสนใจต่อคดี House v. NCAA และการต่อต้านการผูกขาดทางการค้าในระบบกฎหมายสหรัฐอเมริกา https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JIRFLAS/article/view/1828 <p>บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาสิทธิในการแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และรูปลักษณ์ของนักกีฬาระดับอุดมศึกษา: มุมมองที่น่าสนใจต่อคดี House v. NCAA และการต่อต้านการผูกขาดทางการค้าในระบบกฎหมายสหรัฐอเมริกา พบว่า เนื่องจากกระบวนนำชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และรูปลักษณ์ (NIL) ให้ได้รับสิทธิในการแสวงหารายได้และสิทธิในการทำการตลาดของนักกีฬาเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้น องค์กรกีฬาและบรรดาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องอาจพิจารณาถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิของนักกีฬาแต่ละคนในการแสวงหารายได้จาก NIL เมื่อมีการนำ NIL ของนักกีฬาเข้าสู่ตลาดกีฬาสำหรับผู้ชมกีฬาทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศ มีตัวอย่างคดีที่น่าสนใจ นั้นคือ คดีตัดสินในปี 2025 อันเป็นคดี พิพาทระหว่าง House และคณะ กับสมาคมกีฬาระดับวิทยาลัยแห่งชาติและคณะ (คดี House v. NCAA) ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับหน่วยงานกำกับดูแลกีฬาซึ่งมีหน้าที่กำกับควบคุมการแข่งขันกีฬาระดับมหาวิทยาลัยในตลาดธุรกิจกีฬาของสหรัฐอเมริกา บทความนี้ศึกษาวิเคราะห์สาระสำคัญในรายละเอียดของคดีและประเด็นของคดีที่เกี่ยวข้องกับการที่นักกีฬาระดับวิทยาลัยพึงได้รับการคุ้มครองสิทธิในการแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการใช้ NIL ในตลาดธุรกิจกีฬาสหรัฐอเมริกาจากการที่นักกีฬาดังกล่าวนั้นเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา บทความฉบับนี้ยังวิเคราะห์ถึงนโยบายของ NCAA ในตลาดธุรกิจกีฬาของสหรัฐอเมริกาที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิไม่ให้นักกีฬาระดับวิทยาลัยได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจาก NIL ที่พึงได้รับการแก้ไข และการมองภาพอนาคตสำหรับนโยบายของ NCAA </p> ปีดิเทพ อยู่ยืนยง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-01 2026-01-01 2 1 e1828 e1828 การวัดและประเมินผลสมรรถนะหลักตามหลักสูตรฐานสมรรถนะสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา https://so14.tci-thaijo.org/index.php/JIRFLAS/article/view/2154 <p>บทความวิชาการนี้มุ่งเน้นการศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลสมรรถนะหลักของนักเรียนระดับประถมศึกษา โดยอ้างอิงกรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะซึ่งกำหนดสมรรถนะหลัก 6 ด้าน ได้แก่ สมรรถนะการจัดการตัวเอง สมรรถนะการคิดขั้นสูง สมรรถนะการสื่อสาร สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน การวัดและประเมินสมรรถนะจำเป็นต้องสะท้อนถึงความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของผู้เรียนอย่างบูรณาการ เพื่อสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของผู้เรียน บทความนี้ได้วิเคราะห์แนวทางและวิธีการที่เหมาะสม เช่น การประเมินเชิงสถานการณ์ การประเมินภาระงานจริง แฟ้มสะสมงาน การสังเกต การประเมินตนเอง และการใช้วิธีการประเมินตามสภาพจริง เพื่อให้ครูและผู้เกี่ยวข้องสามารถใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลย้อนกลับในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล สรุปได้ว่า การวัดและประเมินผลสมรรถนะหลักไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ตรวจสอบผลการเรียนรู้ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพผู้เรียนและสร้างพื้นฐานที่มั่นคงต่อการปฏิรูปการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21</p> อลิสรา คงปั้น สำราญ มีแจ้ง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และสหวิทยาเพื่อสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-01-01 2026-01-01 2 1 e2154 e2154