https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/issue/feed วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม 2025-12-29T00:00:00+07:00 ผู้ช่วยศาสาตราจารย์ ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล nattapong.j@mail.rmutk.ac.th Open Journal Systems <p>ISSN: 3027-8228 (Online)</p> <p>วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม (Journal of Business and society innovation)</p> <p>กำหนดออก : 3 ฉบับต่อปี</p> <p>ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน)<br />ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม)<br />ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม)</p> https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/article/view/1298 แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้า 2025-02-10T07:29:40+07:00 ศิรินธร เอี๊ยบศิริเมธี eapsirimetee@gmail.com นันทพันธ์ วิเศษแก้ว nuntapun.w@mail.rmutk.ac.th <p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้า โดยคลังสินค้ามีบทบาทสำคัญในการทำงานด้านโลจิสติกส์ที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนโลจิสติกส์และประสิทธิภาพในการตอบสนองลูกค้า ทั้งในด้านเวลาในการดำเนินการและคุณภาพมาตรฐานในการส่งมอบตามความต้องการของลูกค้า ดังนั้นองค์กรต่างๆควรให้ความสนใจและพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานในส่วนนี้อย่างจริงจัง โดยพิจารณาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดเก็บสินค้าเพื่อยกระดับกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิผลดีต่อองค์กร ในบทความนี้ประกอบด้วยแนวคิดการจัดการคลังสินค้า การเก็บรักษา รูปแบบในการจัดเก็บ การหยิบสินค้า และแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บสินค้า ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวม ศึกษา ค้นคว้า จากเอกสาร บทความวิชาการ และมุมมองของนักวิชาการและสรุปเนื้อหาสาระตามมุมมองของผู้เขียนเพื่อนำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้า โดยมุ่งหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/article/view/1613 การบูรณาการการสร้างสรรค์เนื้อหาและการจัดการอีเวนต์เพื่อเพิ่มคุณค่าในยุคปัจจุบัน 2025-05-24T14:32:54+07:00 นพรุจ ประภาศิริ paisarn.aru@krirk.ac.th ไพศาล อรุณโชคนำลาภ paisarn.aru@krirk.ac.th <p> ยุคของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา (Content Creator) ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารและการตลาดยุคดิจิทัล ขณะที่การจัดการอีเวนต์ (Event Management) เองก็ได้ปรับตัวจากรูปแบบดั้งเดิมไปสู่การออกแบบประสบการณ์ที่เน้นการมีส่วนร่วมและการสร้างคุณค่าผ่านช่องทางออนไลน์ บทความวิชาการนี้มุ่งวิเคราะห์บทบาทของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในกระบวนการจัดการอีเวนต์ โดยเน้นที่การบูรณาการทั้งสองบทบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน การศึกษาครอบคลุมถึงอิทธิพลและศักยภาพของผู้สร้างสรรค์เนื้อหา รูปแบบและแนวโน้มของการจัดการอีเวนต์ในยุคดิจิทัล ประโยชน์และความท้าทายในการนำกลยุทธ์นี้ไปใช้ ตลอดจนกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงความสำเร็จของการบูรณาการดังกล่าว บทความนี้เสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ผู้จัดงานและองค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดงานอีเวนต์ที่ทันสมัย สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค และสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดอย่างยั่งยืน</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/article/view/1696 ทุนจีนสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย: จากโรงงานสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล 2025-06-11T18:47:33+07:00 รติวรรณ งามจริยาวัตร yokngam1995@gmail.com สุรสิทธิ์ แสงเสน่ห์ Yokratiwanngam@gmail.com พิมพ์มาดา เปรมโพธิ์ yokratiwanngam@gmail.com <p> ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศหลักที่รับการลงทุนจากจีนในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนเริ่มเปลี่ยนยุทธศาสตร์การลงทุนจากภาคการผลิตเชิงอุตสาหกรรมไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ การเคลื่อนย้ายทุนลักษณะใหม่นี้มีลักษณะที่แตกต่างจาก “ทุนจีนแบบดั้งเดิม” อย่างชัดเจน ทั้งในด้านโครงสร้าง กลไกการแทรกซึม และผลกระทบในระดับมหภาค อย่างไรก็ตาม การศึกษาทุนจีนในลักษณะ “แพลตฟอร์มดิจิทัล” ยังมีจำกัดในวรรณกรรมวิชาการไทย จึงมีความจำเป็นในการทำความเข้าใจเชิงลึกถึงบทบาทและผลกระทบของทุนจีนสายพันธุ์ใหม่ที่เข้ามาสร้างอิทธิพลในเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะในช่วงหลังปี 2562 <br /> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทุนจีนสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย โดยมุ่งวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนในรูปแบบโรงงานอุตสาหกรรม ไปสู่การลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น E-commerce, Fintech, โลจิสติกส์, และบริการคลาวด์ ขณะเดียวกันยังวิเคราะห์ผลกระทบในสามมิติ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม และความมั่นคงเชิงดิจิทัล การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากรายงานภาครัฐ วารสารวิชาการไทยและต่างประเทศ รายงานขององค์กรระหว่างประเทศ และกรณีศึกษาของบริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยในช่วงปี 2562–2567 <br /> ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ทุนจีนสายพันธุ์ใหม่มีลักษณะฝังตัวในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องและซับซ้อน โดยอาศัยเทคโนโลยีแพลตฟอร์มเป็นกลไกหลักในการควบคุมห่วงโซ่คุณค่า เช่น การเข้าซื้อกิจการไทย การตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการใช้เครือข่าย Influencers และ Content Platform เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยหลายกลุ่มถูกจำกัดบทบาทให้เป็นเพียง “ผู้ขายรายย่อยในระบบปิด” นอกจากนี้ยังพบความเสี่ยงในด้านการควบคุมข้อมูลผู้ใช้ และอาจมีผลต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจในอนาคตหากไม่มีมาตรการกำกับอย่างจริงจัง <br />บทความเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) การปรับปรุงกฎหมายและมาตรการกำกับแพลตฟอร์มต่างชาติ โดยเฉพาะในเรื่อง PDPA และการควบคุมศูนย์ข้อมูล 2) การส่งเสริมแพลตฟอร์มไทยให้มีความสามารถในการแข่งขัน 3) การพัฒนาแรงงานและผู้ประกอบการให้มีทักษะดิจิทัลที่ทันสมัย และ 4) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรักษาอธิปไตยทางเทคโนโลยี บทความนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นกรอบวิเคราะห์เชิงวิชาการสำหรับผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และภาคเอกชนที่ต้องการทำความเข้าใจทุนจีนสายพันธุ์ใหม่ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรอบด้าน</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/article/view/1512 ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าวินเทจมือสองออนไลน์ ของผู้หญิงวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร 2025-04-10T08:48:20+07:00 พีรวิชญ์ พงษ์รอด tomnak.ma@go.buu.ac.th พงศกร พรมพันใจ tomnak.ma@go.buu.ac.th นลธวัช ดวงจิตร anuluk588@gmail.com ตำหนัก มะโหฐาน tomnak.ma@go.buu.ac.th <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์ และทัศนคติของผู้บริโภค ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าวินเทจมือสองออนไลน์ของผู้หญิงวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน คำนวณด้วย Yamane (1967) ซึ่งใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบสมมติฐานด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เช่น ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตรวจสอบสมมุติฐานด้วยสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) ด้วย F-test และการวิเคราะห์การถดถอย(Regression analysis) ผลการวิจัยพบว่า อายุ ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน และอาชีพ มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ส่วนผสมทางการตลาดออนไลน์ ได้แก่ ด้านการให้บริการส่วนบุคคล ด้านการรักษาความเป็นส่วนตัว ด้านราคา มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าวินเทจมือสองออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญ และพบว่าทัศนคติด้านความรู้สึกและด้านพฤติกรรมมีผลต่อการตัดสินใจซื้อเช่นกันโดยความรู้สึกส่งผลมากกว่าพฤติกรรม</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/article/view/1942 การตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อความภักดีและความพึงพอใจของผู้บริโภคร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2025-09-01T07:58:38+07:00 สิรภัทร วงศ์การุณย์ chonkanok20@gmail.com ชัญญณัท กริ่มใจ chonkanok20@gmail.com ฐนันวริน โฆษิตคณิน chonkanok20@gmail.com <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตลาดดิจิทัลที่ส่งผลต่อความภักดีและความพึงพอใจของผู้บริโภคร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การวิจัยเป็นแบบเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ที่เคยใช้บริการร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบบอลหิมะ (Snowball Sampling) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า การตลาดดิจิทัลทั้ง 5 มิติ (การสร้างการรับรู้ การทำให้สนใจ การสร้างช่องทางสอบถาม การเข้าถึงการตัดสินใจ และการทำให้ซื้อซ้ำ/บอกต่อ) ส่งผลเชิงบวกต่อความภักดี (R² = 0.672, F = 163.45, p &lt; 0.001) และความพึงพอใจ (R² = 0.589, F = 115.23, p &lt; 0.001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมิติการทำให้ซื้อซ้ำ/บอกต่อมีอิทธิพลสูงสุดต่อความภักดี (β = 0.408) และมิติการสร้างช่องทางสอบถามมีอิทธิพลสูงสุดต่อความพึงพอใจ (β = 0.412) การศึกษานี้ให้ข้อเสนะแนะเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้า</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/article/view/1910 ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อเสื้อผ้ากีฬาออนไลน์ผ่าน แอปพลิเคชันบนมือถือของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวาย 2025-08-13T08:24:41+07:00 จิติศักดิ์ นิติพิสานนท์ chitpong.aya@bkkthon.ac.th ชิตพงษ์ อัยสานนท์ chitpong.aya@bkkthon.ac.th <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีและความตั้งใจซื้อเสื้อผ้ากีฬาออนไลน์ (2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีกับความตั้งใจซื้อ และ (3) ศึกษาอิทธิพลของปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวาย โดยใช้กรอบแนวคิดแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวายอายุ 21-37 ปี ที่เคยซื้อเสื้อผ้ากีฬาผ่านแอปพลิเคชันมือถือ จำนวน 400 คน การเก็บข้อมูลใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า (1) ผู้บริโภคเจเนอเรชั่นวาย มีระดับปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีและความตั้งใจซื้อในระดับสูงทุกด้าน (ค่าเฉลี่ย 3.89-4.12) (2) ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีทั้ง 4 ตัวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความตั้งใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.625-0.756) และ (3) ปัจจัยการรับรู้ประโยชน์ (β = 0.412) ทัศนคติต่อการใช้งาน (β = 0.264) ความตั้งใจใช้งาน (β = 0.215) และความง่ายในการใช้งาน (β = 0.187) มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 71.8 ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัลและการออกแบบแอปพลิเคชันให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม https://so14.tci-thaijo.org/index.php/J-BSI/article/view/1678 การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านความถูกต้องและความเร็วในกระบวนการตรวจสอบเอกสารเพื่อการจัดส่ง กรณีศึกษา บริษัท AF1 จำกัด 2025-07-07T10:26:18+07:00 ไธพัตย์ วิริยานนท์เกษม typat.w@gmail.com นันทิ สุทธิการนฤนัย nanthi_sut@utcc.ac.th <p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการตรวจสอบเอกสารก่อนจัดส่ง โดยมุ่งเน้นความถูกต้อง ความรวดเร็ว และคุณภาพการให้บริการตามดัชนีการส่งมอบคำสั่งซื้อที่สมบูรณ์แบบ หรือ Perfect Order Fulfillment (POF) ซึ่งพิจารณาจากระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสารและจำนวนข้อผิดพลาดจากความไม่สอดคล้องของข้อมูลระหว่างใบสั่งซื้อ ใบกำกับภาษี และเอกสารประกอบการจัดส่ง งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงประยุกต์ในรูปแบบการแก้ไขปัญหาเชิงปฏิบัติ โดยใช้ข้อมูลจากกลุ่มลูกค้าที่มียอดจัดส่งสูงในลักษณะสัญญาระยะยาวของบริษัท และเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานขนส่งและลูกค้าปลายทางที่พบปัญหาในการตรวจสอบเอกสาร เพื่อนำมาวิเคราะห์โดยใช้เครื่องมือ 5W1H และพัฒนาแนวทางการปรับปรุงด้วยวงจรบริหารคุณภาพ PDCA ภายใต้แนวคิดการจัดการโลจิสติกส์ 13 กิจกรรมหลัก<br /> ผลการศึกษาพบว่า รายละเอียดคำสั่งงานมักไม่ชัดเจน เช่น ขาดข้อมูลผู้ติดต่อ หรือแนบเอกสารไม่ครบ ส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการจัดส่ง โดยเฉพาะในกิจกรรมด้านการบริการลูกค้า การประมวลผลคำสั่งซื้อ และการสื่อสารภายในระบบโลจิสติกส์ การปรับปรุงกระบวนการด้วยแนวทางเชิงระบบส่งผลให้ประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตราความสำเร็จของการจัดส่งเพิ่มขึ้นจากช่วง 96.5–97.2% เป็น 96.6–98.9% หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2% ขณะที่อัตราความล้มเหลวลดลงจาก 2.8–3.5% เหลือ 1.1–3.4% หรือ ลดลงเฉลี่ยประมาณ 1.5% แยกเป็นการยกเลิกคำสั่งซื้อลดลง 38.5% การขนส่งล่าช้าลดลง 51.6% และความไม่สอดคล้องของข้อมูลลดลง 52.4%<br /> ทั้งนี้ ความล้มเหลวดังกล่าวควรอยู่ในระดับศูนย์ คือ ไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ ขนส่งล่าช้า หรือข้อผิดพลาดของข้อมูลเกิดขึ้น <br />ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เชิงระบบร่วมกับแนวคิดโลจิสติกส์ สามารถยกระดับคุณภาพของกระบวนการตรวจสอบเอกสารก่อนจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการคำสั่งซื้อของลูกค้ารายอื่นในลักษณะสัญญาระยะยาวได้อย่างเหมาะสม</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมทางธุรกิจและสังคม