วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary
<p> กำหนดออกวารสารปีละ 6 ฉบับ เป็นราย 2 เดือน</p> <p> ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม - กุมภาพันธ์ (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 28 กุมภาพันธ์)<br /> ฉบับที่ 2 เดือน มีนาคม - เมษายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 เมษายน)<br /> ฉบับที่ 3 เดือน พฤษภาคม - มิถุนายน (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 30 มิถุนายน)<br /> ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 สิงหาคม)<br /> ฉบับที่ 5 เดือนกันยายน – ตุลาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ตุลาคม)<br /> ฉบับที่ 6 เดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม (เผยแพร่ทางเว็บไซต์ 31 ธันวาคม)</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : <br /></strong><span style="font-weight: 400;"> วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านการศึกษา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน</span></p>
วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
th-TH
วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
-
การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนที่ 6 อำเภอลำทะเมนชัย สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2470
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนที่ 6 อำเภอลำทะเมนชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 และ 2) เปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนที่ 6 อำเภอลำทะเมนชัย สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 จําแนกตามตำแหน่ง และระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารและครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2568 จำนวน 163 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครจซี่และมอร์แกนและสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67–1.00 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.89 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ผู้บริหารและครูผู้สอนที่มีตำแหน่งต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยรวมไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> <li>การบริหารสถานศึกษาจำแนกตามระดับการศึกษาโดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่ด้านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol>
นฤมล เย็นใจ
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
43
52
-
ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเมืองปักไหมงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2541
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเมืองปักไหมงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษากลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเมืองปักไหมงาม ในปีการศึกษา 2568 จำนวน 118 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์การวิจัยอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเมืองปักไหมงาม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำยุคดิจิทัลจำแนกตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านความเป็นเลิศในการปฏิบัติอย่างมืออาชีพที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านการเป็นพลเมืองในยุคดิจิทัลที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol>
บุปผชาติ พายจะโปะ
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
97
108
-
การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2565
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาและเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำนวน 136 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในกลุ่มโรงเรียนเมือฝสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> </ol>
สุวิชา โพธิกนิษฐ
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
120
129
-
การบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายที่ 6 อำเภอลำทะเมนชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2471
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 6 อำเภอลำทะเมนชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 และ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรจำแนกตามตำแหน่งและระดับการศึกษาต่อการบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 6 อำเภอลำทะเมนชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 163 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง .67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .76 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายที่ 6 อำเภอลำทะเมนชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>การเปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรจำแนกตามตำแหน่งและระดับการศึกษา พบว่า โดยภาพรวมและรายด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่าบุคลากรทุกกลุ่มมีความเข้าใจต่อการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการบริหารสถานศึกษาอย่างสอดคล้องกัน</li> </ol>
วิศรุต แสนคำ
สุนทร โครตบรรเทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
32
42
-
ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสมเด็จพระธีรญาณมุนี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2542
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา และเพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสมเด็จพระธีรญาณมุนี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษากลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสมเด็จพระธีรญาณมุนี ในปีการศึกษา 2568 จำนวน 113 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์การวิจัยอยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในสถานศึกษา กลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสมเด็จพระธีรญาณมุนี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลเปรียบเทียบภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสมเด็จพระธีรญาณมุนี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> </ol>
อติภา โทรัตน์
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
85
96
-
ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มภูหลวง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/3237
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มภูหลวง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และ 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มภูหลวง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในโรงเรียนกลุ่มภูหลวง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 ประจำปีการศึกษา 2568 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 113 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t (t-test Independent Samples)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ผลการศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มภูหลวง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน พบว่าผู้ที่มีระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol>
ธนิษฐา แชดดิค
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
152
162
-
การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2472
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา และ 2) เปรียบเทียบการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามตำแหน่งและระดับการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา ปีการศึกษา 2568 จำนวน 205 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการจัดทำข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมาจำแนกตามตำแหน่ง และตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> </ol>
สมวาส ใจรักเรียน
สุนทร โครตบรรเทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
64
73
-
การบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตกลุ่มโรงเรียนบุญวัฒนา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2548
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาสหวิทยาเขตกลุ่มโรงเรียนบุญวัฒนา และ 2) เปรียบเทียบการบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตกลุ่มโรงเรียนบุญวัฒนา จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษาสหวิทยาเขตกลุ่มโรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ปีการศึกษา 2568 จำนวน 260 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า </p> <ol> <li>ระดับการบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตกลุ่มโรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบการบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตกลุ่มโรงเรียนบุญวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา จำแนกตามระดับการศึกษา และจำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol>
วิฑูรย์ นินาลาด
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
109
119
-
การรับรู้ของประชาชนต่อนโยบายการกระจายอำนาจของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2566
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2259
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการรับรู้นโยบายการกระจายอำนาจของพรรคก้าวไกล และวิเคราะห์ว่าลักษณะทางประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ มีผลต่อระดับการรับรู้นโยบายหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามคือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยใช้สถิติ One-Way ANOVA ในการทดสอบสมมติฐานที่ระดับนัยสำคัญ .05</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ระดับการรับรู้ของประชาชนต่อนโยบายการกระจายอำนาจของพรรคก้าวไกลอยู่ในระดับปานกลาง (2.91) นโยบายที่มีระดับการรับรู้สูงที่สุดคือ นโยบายให้มีการเลือกตั้งผู้ว่ารายชการจังหวัดทุกจังหวัด</li> <li>เมื่อวิเคราะห์ระดับการรับรู้ของประชาชนตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ ปัจจัยที่มีผลต่อระดับการรับรู้ได้แก่ อายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ กลุ่มอายุ 28–32 และ 43–47 ปี กลุ่มผู้มีการศึกษาสูง ข้าราชการ และผู้มีรายได้สูง มีระดับการรับรู้มากที่สุด ดังนั้นการสื่อสารเรื่องกระจายอำนาจจะเกิดประสิทธิภาพได้เมื่อประชาชนเข้าใจนโยบายและมีส่วนร่วมทางการเมือง รวมทั้งการรับรู้และการมีส่วนร่วมเป็นผลจากการสื่อสารและบริบททางสังคม ในขณะที่เพศไม่มีผลต่อระดับการรับรู้นโยบายการกระจายอำนาจ</li> <li>พรรคการเมืองควรพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะกลุ่ม และส่งเสริมการสื่อสารแบบสองทางเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจอย่างยั่งยืน</li> </ol>
ชนะทัศน์ นาคจั่น
กานต์ บุญศิริ
วิทยาธร ท่อแก้ว
กุลธิดา ธรรมวิภัชน์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
11
21
-
การบริหารงานหลักสูตรสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2473
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา และ2) เปรียบเทียบการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามตำแหน่ง และระดับการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครูจำนวน 360 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า <br /> 1.การบริหารงานหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก <br /> 2. ผลการเปรียบเทียบการบริหารงานหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามตำแหน่งและระดับการศึกษาโดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา ด้านการดำเนินการจัดทำสาระของหลักสูตรของสถานศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05</p>
ปิยะรัตน์ ภูกันดาร
สุนทร โครตบรรเทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
53
63
-
การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2554
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) เปรียบเทียบการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 136 คน กำหนดขนาดโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน และได้โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.84 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 อยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน</li> </ol>
อาทิตย์ ครองยุทธ
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
141
151
-
ภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2468
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา และ 2) เปรียบเทียบระดับภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา ในปีการศึกษา 2568 จำนวน 205 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อระดับภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา จำแนกตามระดับการศึกษา และจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านพฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งคนสูง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol>
สุพินญา ลอบไธสง
สุนทร โครตบรรเทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
74
84
-
ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 6 สังกังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2474
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามตำแหน่งและระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 168 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li> ผลเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาศูนย์เครือข่ายโรงเรียนที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามตำแหน่ง โดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และจำแนกตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้นด้านแรงบันดาลใจไม่แตกต่างกัน</li> </ol>
พชรพรรณ บิลไธสง
สุนทร โครตบรรเทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
22
31
-
การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มโรงเรียน เมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 4
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2555
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) เปรียบเทียบการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน ในในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4จำนวน 136 คน กำหนดขนาดโดยใช้ตารางเครจซี่และมอร์แกน และได้โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 4 โดยภาพรวมอยู่ระดับมาก</li> <li>ผลการเปรียบเทียบการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มโรงเรียนเมืองสูงเนิน อำเภอสูงเนิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 4 จำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน</li> </ol>
ณรงค์ศักดิ์ ต้วมสูงเนิน
วิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
130
140
-
บทบาทพระสงฆ์ ยามวิกฤติ
https://so14.tci-thaijo.org/index.php/Interdisciplinary/article/view/2038
<p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทพระสงฆ์ไทยยามวิกฤติ โดยใช้การศึกษาจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากตำราและเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง พบว่าพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในหลายมิติ ได้แก่ ด้านจิตวิญญาณ มนุษยธรรม การสื่อสาร และความร่วมมือกับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ ในช่วงสถานการณ์วิกฤติ พระสงฆ์เป็นผู้นำทางจิตใจของประชาชน โดยใช้หลักธรรม เช่น พรหมวิหาร 4 และสังคหวัตถุ 4 ในการช่วยบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูสภาพจิตใจ พระสงฆ์ยังเป็นศูนย์กลางในการระดมทรัพยากรและเปิดวัดเป็นที่พักพิงชั่วคราว ตลอดจนประสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน นอกจากนี้ บทบาทในการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีสมัยใหม่ยังช่วยลดการแพร่กระจายของข่าวปลอมและส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าพระสงฆ์มิใช่เพียงผู้เผยแผ่ศาสนาเท่านั้น แต่เป็นกลไกทางสังคมที่มีพลังในการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่ชุมชนไทยในยามเผชิญกับวิกฤติ</p>
สมพร นามอินทร์ นามอินทร์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการศึกษาและพัฒนาสังคม
2026-04-18
2026-04-18
2 1
1
11